Category : ความรู้ทั่วไป

แบบนี้นี่เอง คุณถึงไม่ถูกเรียกไปสัมภาษณ์งานสักที !!! รู้แล้วปรับตัวด่วน

คนหางานหลายคนสมัครงานไปหลายที่แต่ไม่มีวี่แววจะไปรับการเรียกไปสัมภาษณ์งานนั้นเพราความผิดพลาดบางอย่างที่คุณอาจไม่รู้ตัว เราได้รวบรวมความผิดพลาดที่ว่านี้มาให้คุณลองพิจารณากันดูถ้าพลาดตรงไหนอย่าลืมไปแก้ไขก่อนออกหางานใหม่อีกครั้ง

  1. คุณไม่อ่านรายละเอียดของประกาศรับสมัครงานให้ดี

ประกาศรับสมัครงานส่วนใหญ่ความยาวไม่เกิน 1 หน้า A4 แต่คุณก็ยังอ่านพลาด เช่นระบุอายุผู้สมัคร คุณอายุเกินแต่สมัครมา  กำหนดคุณสมบัติที่ชัดเจนเช่น ผ่านการคักเลือกทหารแต่คุณยังไม่ผ่านก็ยังสมัครมา  นอกจากขาดคุณสมบัติตามประกาศแล้งมันยังสะท้อนว่า เวลาทำงานจริงๆ ถ้ามีการมอบหมายงานคุณย่อมเป็นคนที่ไม่รอบครอบแบบนี้บริษัทจะไม่เสียเวลาดูใบสมัครของคุณเลย

  1. ส่งใบสมัครและ Resume มาโดยไม่มีการอธิบายใดๆ

มารยาทในการส่ง e-mail เป็นสิ่งที่ผู้สมัครงานต้องให้ความสนใจ บางคนส่ง e-mail ไปเพียงแต่พิมพ์ขึ้นต้นว่าสวัสดี แนบ Resume ไม่มีการอธิบายใดๆว่าสมัครงานตำแหน่งอะไรอย่างไง แบบนี้เจ้าหน้าที่ HR ที่รับ e-mail จะไม่เสียเวลากับ e-mail ที่ไร้มารยาทแบบนี้

  1. เข้าใจผิดว่าส่งใบสมัครหลายที่จะมีโอกาสมากกว่า

การที่คุณเลือกที่จะหว่าน Resume ออกไปเป็นจำนวนมาก จะทำให้คุณไม่มีเวลาในการปรับแต่งข้อความ หรืออีเมลของคุณให้เหมาะสมกับบริษัทนั้นๆ มันสะท้อนคุณขาดความรอบครอบ Resume หรือ จดหมายแนะนำตัวรวมทั้งข้อความต่างๆในเอกสารสมัครงานควรเป็นการเขียนสำหรับองค์กรใดองค์กรหนึ่งโดยเฉพาะมากกว่า  เพราะรายละเอียดที่คุณควรระบุลงไปอาจไม่เหมือนกัน ซ้ำร้ายคือการเขียนชื่อบริษัทผิดและเขียนสลับกันโดยระบุชื่อบริษัทหนึ่งในใบสมัครงานแต่ส่งไปอีกบริษัทหนึ่ง

  1. คุณเขียน Resume ไม่ดีพอ

ความพลาดนี้เกิดบ่อยที่สุด  การเขียน Resume ที่ดีคือการโฆษณาตัวเองภายใน 2 หน้ากระดาษแล้วทำให้ HR อดใจไม่ไหวที่จะไปเชิญคุณมาสัมภาษณ์งานแต่ถ้าอ่านไปจนจบแล้วไม่มีความคิดว่าคุณน่าสนใจตรงไหนเลยแบบนี้ก็คงไม่ได้ไปต่อ เวลาจะเขียน Resume ให้นึกเปรียบเทียบว่าโฆษณาความยาว 15 วินาทีทำยังไงให้คุณอยากรีบลุกไปควักเงินซื้อสินค้าทำให้ได้แบบนั้นกับ Resume ของคุณ

 

 

  1. Profile คุณไม่น่าสนใจ

คนที่ค่อนข้างธรรมดา (Generic) โลกมักไม่จดจำ เช่นเดียวกันกับการเขียน Profile  ได้อย่างจืดชืดนั่นเอง การจะบอกเพียง คุณ Microsoft Word ได้ สามารถพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษได้เร็วกว่า 50 คำต่อนาที หรือแม้แต่การจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำพร้อมเกรดอันสวยหรู อาจไม่พอ แสดง Passion ของคุณให้สะท้อนใน Profile  ให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยควรรู้ว่าตำแหน่งที่มาสมัครกำลังมองหาคุณสมบัติอะไรและเขียนสะท้อนออกมาว่าคุณทำมันได้ดีขนาดไหน

Please follow and like us:

คำถามต้องห้ามระดับ 10 กะโหลก อย่าโชว์กึ๋นเพื่อฆ่าตัวเองในวันสัมภาษณ์งาน

การสัมภาษณ์คือการพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนบทสนทนาระหว่างกัน บริษัทจะพิจารณารับคนที่อยากให้ความร่วมมือกับบริษัทอย่างจริงจังในระยะยาว การสัมภาษณ์งานนั้นพิจารณาหลายสิ่งจากผู้สมัครงานทั้งความรู้ ไหวพริบ การวางตัว บุคลิก และมารยาท ดูได้จากอะไรก็ได้จากการตอบคำถามและการถามคำถามออกไปของผู้สมัครงานนั้นเอง  หากคุณไม่อยากพลาดงานดีๆ จงหลีกเลี่ยง “คำถามต้องห้ามระดับ 10 กะโหลก ” ต่อไปนี้

  1. ตำแหน่งนี้ ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง?

สิ่งที่คุณต้องหลีกเลี่ยง คือคำถามพื้นฐานที่คุณควรรู้อยู่แล้วจาก Job Description ที่ลงประกาศเอาไว้ การที่ถามเช่นนี้เท่ากับการบอกให้รู้ว่าคุณไม่ได้หาข้อมูลที่ควรจะรู้มาเลย และยังแสดงให้เห็นอีกว่าคุณไม่ได้จริงจังกับการมาสมัครงานที่นี่ เพราะในความเป็นจริง คนเราไม่รู้ว่าต้องทำงานอะไร จะมาสมัครหรือ สิ่งที่ควรถามคือคำถามที่แสดงให้เห็นว่าคุณมีพื้นฐาน มีความรู้ครอบคลุมเกี่ยวกับตำแหน่งนั้นๆ และพร้อมทำงานนั้น  เชน เพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ใน 3 ปีข้างหน้า องค์กรต้องการให้คุณมีความรู้ความสามารถอะไรเพิ่มเติม หรือ หากต้องมีความรับผิดชอบมากกว่าที่ระบุไว้องคกรจะมีการฝึกอบรมใดมารองรับการพัฒนาความสามารถของคุณ

  1. บริษัทนี้ เป็นบริษัทมหาชนหรือเปล่า?

คุณสามารถค้นหาได้ตามหน้าเว็บไซต์บริษัทหรือเว็บไซต์ข่าวธุรกิจทั่วไป การที่คุณถามคำถามนี้กับผู้สัมภาษณ์ ก็เท่ากับว่าคุณทำการบ้านมาไม่ดี และออกจะเป็นคำถามเชิงท้าทายว่านี่บริษัทนิเป็นมหาชนหรือไม่ถ้าไม่ใช่คุณคงไม่อยากทำงานด้วยแบบนี้สร้างอคติให้กับกรรมการสัมภาษณ์เปล่าๆนะ  ลองสอบถามให้โชว์กึ๋นสักหน่อย จะดีกว่า เช่น ทราบมาว่า บริษัทติดอยู่ใน SET100 อบากทราบว่าบริษัทมีเป้าหมายที่จะเข้าสู่การติดอันดับ SET50 หรือไม่ และมีแนวทางอย่างไร องค์กรคาดหวังว่างานในตำแหน่งที่คุณทำจะสนับสนุนเป้าหมายขององค์กรได้อย่างไร

  1. ถามออกไปว่าองค์กรคุณเช็คประวัติผู้สมัครด้วยวิธีไหน?

คำถามนี้ไม่สร้างสรรค์และดูละลาบละล้วงมากทีเดียว เพราะเรื่องนี้เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของบริษัทที่จะทำการตรวจสอบประวัติของผู้สมัครงาน อาจทำได้หลายวิธีที่ไม่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้สมัครจึงเป็นคำถามที่ไม่รู้จะถามให้ได้อะไรขึ้นมา

 

  1. 4. จะได้เลื่อนตำแหน่งตอนไหน ​​?

การที่จะโพล่งถามถึงระยะเวลาที่คุณจะได้ปรับเลื่อนตำแหน่งในขณะสัมภาษณ์ดูไม่ดีในเรื่องของการใช้คำถามแท้จริงแล้วสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ถามได้แต่อยู่ที่การตั้งคำถาม การใช้ภาษา และจังหวะในการถาม หากคุณเปลี่ยนเป็นคำถาม เช่น ขออนุญาตสอบถามถึงแผนความก้าวหน้าในสายอาชีพของตำแห่งนี้ เพื่อให้ทราบข้อมูลในการพัฒนาตัวเอง หรือ องค์กรคาดหวังอย่างไรที่จะเห็นพัฒนาการการทำงานและผลงานของคุณ แบบนี้ก็เป็นคำถามที่เหมือนเรียบเคียงถามถึงการเลื่อนตำแหน่งแล้ว

 

Please follow and like us:

งานนั้นก็ดี งานนี้ก็ใช่ เลือกงานยังไงให้คุณไม่ผิดหวัง

การหางานบางทีก็แสนลำบากกว่าจะได้งาน แต่บางทีนั้นกลับมีงานหลายอย่างเข้ามาให้คุณตัดสินใจเลือก  และแน่นอนว่าการตัดสินเลือกงานไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่าการเลือกทำงานที่ใดที่หนึ่งจะต้องอยู่ที่นั่นไปอีกนานพอสมควร ลองพิจาณาถึงสิ่งเหล่านี้เพื่อประกอบการตัดใจในการเลือกที่ทำงานให้ดีที่สุด

  1. สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นอย่างไร

ลองพิจารณาว่าเท่าที่ได้สัมผัสวัฒนธรรมองค์กรและลักษณะการทำงานของแต่ละที่เป็นอย่างไร สิ่งนี้ดูได้จาก ผู้คนแต่งตัวยังไง  การทักทายระหว่างกันเป็นยังไง  การทำงานดูกดดันหรือไม่ สัมภาษณ์คุณมีลักษณะนิสัยใจคออย่างไร

  1. สวัสดิการของแต่ละที่เป็นยังไง

สวัสดิการที่บริษัทต่างๆให้กับพนักงานทั้งในส่วนของตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน ลองดูในหน้าเว็บไซต์ของบริษัทว่าบริษัทนั้นๆ มีกิจกรรมและสวัสดิการอย่างไรที่นอกเหนือไปจากเงินเดือนและโบนัส และเงื่อนไขการให้สวัสดิการเป็นอย่างไร

  1. มองถึงความก้าวหน้า

คุณต้องดูไปถึงความก้าวหน้าในสายอาชีพด้วย คุณอาจจะดูจากแผนภูมิบริษัทว่าบริษัทมีตำแหน่งงานเยอะหรือไม่ หากคุณเข้าทำงานในตำแหน่งนี้แล้วมีโอกาสจะขึ้นไปในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ อาจลองเปรียบเทียบอายุของคนแต่ละตำแหน่งโดยคาดคะเนจากรูปภาพที่ปรากฏในโครงสร้างองค์กร ถ้าคนในแต่ละตำแหน่งที่สูงขึ้นไปอายุไม่ห่างกันมากก็คาดเดาได้ว่าการเลื่อนขั้นคงไม่ต้องใช้เวลานานนัก

  1. เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย

สองใช้ทั้งความรู้สึกและเหตุผลรวมถึงหลักฐานต่างๆ เขียนออกมาเป็นข้อดีและข้อเสีย ที่คุณปลื้มไม่ปลื้มจุดที่คุณอาจจะเฉยๆ กับแต่ละบริษัทแต่ละแห่ง พยายามเขียนรายการออกมาให้หมด จากนั้นให้คะแนนตามความสำคัญ เช่น ถ้าคุณเน้นเรื่องเงินเดือน ก็พิจารณาเรื่องนี้ก่อน หากเน้นเรื่อง สถานที่ทำงานใกล้บ้าน งานตำแหน่งที่อยากทำจริงๆ เพื่อนร่วมงานดี ก็เริ่มให้คะแนนจุดนั้นก่อน อาจตั้งคะแนนเต็ม 5 ในแต่ละข้อและสุดท้ายรวมคะแนนดูสิว่าที่ไหนได้คะแนนมากที่สุด

 

 

  1. ใช้สัญชาติญาณตัดสิน

บางทีความชอบจากสัญชาตญาณก็เป็นสิ่งนำทางที่ดี การเข้าไปในสถานที่แห่งไหนแล้วรู้สึกว่าเคมีตรงกับคุณนั้นเพราะมีบางอย่างดึงดูดคุณนั่นเอง ที่ที่จะเป็นที่ของคุณมักมีพลังงานบางอย่างที่ปล่อยออกมาให้สัมผัสได้

หากกเลือกได้แล้ว ก็อย่าทำให้บริษัทที่ติดต่อเข้ามาต้องรอนาน ตอบตกลงเข้าทำงาน และเตรียมพร้อมเข้าสู่การเป็นบุคลากรใหม่ขององค์กรได้เลย เมื่อได้เลือกแล้วจงทำงานที่เลือกให้ดีที่สุดพิสูจน์ตัวเองให้มีผลงานที่ดีความก้าวหนาจะมาหาคุณอย่างแน่นอน  แต่หากทำไปแล้วงานนี้ไม่ใช่สำหรับคุณจริงๆ เมื่อต้องหางานใหม่ก็จงเป็นผู้หางานที่มีคุณภาพเก็บบทเรียนจากที่เดิมไว้เพื่อหางานที่ใหม่ให้เหมาะกับคุณ

Please follow and like us:

ฟรีแลนซ์มืออาชีพต้องรู้อะไรบ้างให้การรับจ๊อบไม่ต้องจบที่ความเจ็บใจ

ฟรีแลนซ์ ถือเป็นเทรนด์โลกที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อาชีพอิสระไม่ขึ้นกับองค์กรหรือที่เรียกว่า Gig Economy นี้มีความน่าสนใจมากทีเดียว  และกระแสการทำงานแบบฟรีแลนซ์กำลังเป็น Lifestyle ของคนยุคใหม่ที่ตอบโจทย์  work-life balance หลายคนที่เลือกเดินสายนี้ให้เหตุผลในเรื่อง ความยืดหยุ่นและอิสระ  รวมทั้งการได้แสดงศักยภาพและมีความท้าทายที่ได้ทำงานกับองค์กรที่หลากหลาย

ในประเทศไทยมีผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ หรือที่เรียกว่าฟรีแลนซ์ กว่า 21 ล้านคน คิดเป็น 55.6% งานออกแบบกราฟฟิก ถือเป็นงานยอดนิยม เช่น การออกแบบทำโลโก้ การทำแบนเนอร์ งานออกแบบสื่อโฆษณา งาน Illustrator และ งานออกแบบบรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงงานออกแบบหน้าเว็บไซต์ การเขียนคอนเทนท์ งานด้าน SEO คืองานฟรีแลนซ์ยอดนิยม การจ้างพนักงานประจำสำหรับงานเหล่านี้จึงไม่ใช่สิ่งจำเป็น และยังเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจ

วงการนี้ใหญ่มากกว่าที่หลายคนคิดโอกาสในการหางานดีๆคงมีแน่นอน แต่การเป็น ฟรีแลนซ์ ยังคงมีความ “เหนื่อย”  และ “เสี่ยง”

เมื่อวงการฟรีแลนซ์ขยายตัวใหญ่ขึ้น การรับงานของฟรีแลนซ์ก็มีความซับซ้อนมากขึ้นและมีตัวเลือกในตลาดแรงงานมากขึ้นด้วย การที่ ฟรีแลนซ์ จะหางานแต่ละครั้งนั้น ก็มีการแข่งขันพอควร การว่าจ้างจากผู้ว่าจ้าง บางครั้งบางทีก็นำความเสี่ยงมาให้ ฟรีแลนซ์ ไม่น้อย

วันนี้คนทำงานฟรีแลนซ์ต้องแสวงหาแนวทางลดความเสี่ยง ทั้งจากการถูกผู้ว่าจ้างเบี้ยวงาน กดราคา  รับงานไปไม่จ่ายเงิน ถูกฟรีแลนซ์อื่นๆตัดราคา การรับจ๊อบมาสุดท้ายต้องเสียเวลาและเจ็บใจ ถ้าคุณอยากจะเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพที่ไม่ต้องมาเจ็บใจจากการรับงาน สิ่งที่ต้องรู้มีดังนี้

  1. แสดงตัวว่ามีผลงาน ทำให้ผู้ว่าจ้างรับรู้คุณภาพ ความพึงพอใจของผู้เคยจ้างงานจริงก่อนใช้งานเป็นการคัดกรองผู้ว่าจ้างที่มีคุณภาพ
  2. ทำสัญญาการว่าจ้างให้ชัดเจน ระบุความต้องการเงื่อนไขการจ้างงานจากฝั่งผู้ว่าจ้างและฝั่งของ ฟรีแลนซ์ให้ดี ระบุงวดเวลาการจ่ายเงิน เงื่อนไขในการส่งและแก้งาน ให้ครบถ้วน
  3. จัดการะบบการจ่ายเงินให้ปลอดภัย เชื่อถือได้ สะท้อนได้ถึงความน่าเชื่อถือของคุณ จัดการตกลงเรื่องการรับเงินก้อนแรกจากผู้ว่าจ้างให้ดี ควรได้รับเงินอย่างน้อย 25% เมื่อส่งมอบงานรอบแรก ไม่ควรรับเงินเมื่อจบงานครั้งเดียวกรณีที่ชิ่นงานแบ่งส่งได้
  4. งานใหญ่ๆยังไงก็ควรไปเจอหน้าเพื่อพูดคุย บางทีการทำงานของฟรีแลนซ์นั้นไม่จำเป็นต้องพบกับนายจ้างเลยคุณสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครแต่ถ้างานที่มีค่าจ้างมากๆนั้นอย่างน้อยควรได้พบเพื่อพุดคุยกันให้เข้าใจจะดีกว่า และก็ควรรู้ว่าที่ตั้งขององค์กรผู้ว่าจ้างอยู่ที่ไหนอย่างไร

ยังไงฝากไว้สำหรับการรับงานและหางานของฟรีแลนซ์อยากให้เป็นไปโดยรอบครอบเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาเครียดเมื่อรับงานมาทำแล้ว

Please follow and like us:

2020 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง อาชีพอะไรเป็นที่ต้องการมาดูกัน

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การนำหุ่นยนต์มาทำงาน  เทรนด์เศรษฐกิจแบ่งปัน ระบบคลาวด์ ข้อมูลขนาดใหญ่ สิ่งเหล่านี้เริ่มเข้ามาเป็นเรื่องคุ้นหูของเรามากขึ้น แต่ในปี 2020 ที่กำลังจะมาถึงนี้มีการคาดการณ์ว่านี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ซึ่งคนหางาน ต้องมีการเตรียมพร้อมให้ดี เพราะการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้นย่อมมีผลต่อการหางานในอนาคตแน่นอน  เบื้องต้นหากนำหุ่นยนต์มาแทนแรงงานคน คนหางานก็น่าจะได้รับผลกระทบแน่นๆแล้วแต่จริงๆมีอีกหลายอย่างที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นคนหางานต้องรับเตรียมตัวให้พร้อม และมองหาแนวโน้มของอาชีพที่จะเกิดขึ้นในปี 2020

  1. ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

มีแนวโน้มในเรื่องของการการโจมตีทางไซเบอร์แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ทำให้อาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือ Cyber security expert เป็นที่ต้องการตัวอย่างมากในตลาดงาน รวมไปถึงอาชีพนักวิเคราะห์ข่าวกรองและนโยบาย (Intelligence and policy analyst) ด้วย  อาชีพนี้เป็นที่ต้องการสำหรับวงการ โทรคมนาคม ธนาคาร การเงิน บัญชี สื่อบันเทิง การแพทย์ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าค่าตอบแทนของอาชีพนี้คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง

  1. โปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์

ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่องแน่นอนกับอาชีพ โปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ นักวิเคราะห์ความมั่นคงสารสนเทศ นักคณิตศาสตร์ เพราะ การพัฒนาทางเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง ส่งผลให้โลกต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการที่ต้องใช้ความสามารถของ โปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์เข้ามาช่วย

  1. ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

ในอนาคตอันใกล้นี้ประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ บุคลากรสาขาสุขภาพโดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงอายุจึงเป็นที่ต้องการตัวมากขึ้นอย่างแน่นอน และทั่วโลกก็กำลังประสบกับสถานการณ์เดียวกัน  นอกจากนี้อาชีพอย่าง นักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ก็นับเป็นอีกทางเลือกอาชีพที่น่าสนใจ

 

 

 

  1. นักสร้างสรรค์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดวงการสื่อและโฆษณาออนไลน์

การแข่งขันอันเข้มข้นในวงการสื่อและโฆษณา ทำให้นักสร้างสรรค์ คนทำสื่อ และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด โดยเฉพาะสื่อและการตลาดออนไลน์เป็นที่ต้องการตัวอย่างมาก ด้วยพฤติกรรมการรับสื่อของคนรุ่นใหม่ที่หันมาใช้เวลากับสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความต้องการบุคลากรด้านนี้เพิ่มขึ้น

  1. นักทำคอนเทนต์

คนส่วนใหญ่เสพสื่อเยอะขึ้น เพียงแต่เปลี่ยนช่องทางมารับสารผ่านทางออนไลน์เท่านั้นเอง นี่ถือเป็นโอกาสและความท้าทายในการสร้างสรรค์คอนเทนต์อันไร้ขีดจำกัด  และคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต องค์ความรู้ต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นอกจากนี้อิทธิพลจากสื่อสังคมออนไลน์ยังกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่มีความสนใจหลากหลายกว่าคนยุคก่อน เป็นโอกาสดีของ นักทำคอนเทนต์  ที่จะทำวิดีโอการเรียนรู้ที่น่าสนใจในรูปแบบ Micro Learning  ออกมานำเสนอ

 

อาชีพใหม่ๆย่อมเกิดขึ้นมาตามบริบทของสังคม คนหางานที่ดีต้องเตรียมพร้อมให้ดีที่จะรับมือกับตลาดงานที่เปลี่ยนแปลงไป ถ้ามีการเตรียมพร้อมที่ดีก็ย่อมได้งานที่ดีอย่างแน่นอน

 

Please follow and like us:

แก้โรคเบื่องานก่อนไหม ถ้าไม่หายถึงหางานใหม่

“โรคเบื่องาน”   น่าจะมีความรุ่นแรงพอๆกับ ออฟฟิตซินโดรม เพราะทำเอาคนทำงานหลายคนไม่อยากทำงานและอยากหางานใหม่กันมากมาย  อาการของโรคเบื่องานหลักๆคือ การบ่นถึงตัวงาน ถึงเพื่อนร่วมงาน ถึงองค์กร  การเบื่อวันจันทร์ การที่รู้สึก ลั้นลาในวันศุกร์  และมักจบลงที่การบอกว่าจะหางานใหม่  แต่การหางานใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายนะคุณๆ ทั้งหลาย ลองมา แก้โรคเบื่องานกันก่อนไหม ก่อนที่จะประกาศตัวว่าจะไปหางานใหม่

  1. ลองรักงานที่ทำอีกครั้ง

งานก็เหมือนคนรัก อาจมีช่วงที่จืดจางเบื่อหน่ายกันไปบ้างก็ขอให้มาทบทวนใหม่ว่า มันเกิดจากอะไร เกิดจากคุณรักงานไม่มากพอรึเปล่า   คุณมองข้ามคุณค่าของงานที่ทำอยู่รึไม่ เพราะหากคุณมองเห็นคุณค่างานที่ทำ คุณจะมีแรงใจในการทำงาน บางคนนั้นทำงานมานานแต่องค์กรไม่เคยสื่อสารให้รู้ว่าวานที่ทำมีผลต่อองค์กรอย่างไร บางทีงานที่แสนเบื่อของคุณนั้นคืองานที่มีค่าต่อองค์กรมากทีเดียว   หากคุณได้รู้ถึงคุณค่าของงานที่ทำความภูมิใจในงานย่อมเกิดขึ้น แล้วคราวนี้คุณอาจกลับมารักงานได้อีกครั้ง

  1. เบื่อนักก็พักบ้าง หันหลังให้สักพักแล้วอะไรๆอาจดีขึ้น

วันลาพักร้อนมีจงใช้ซะ การกำหนดการลาพักร้อนนั้นแท้จริงอาจจะมีขึ้นมาให้คุณมีเวลาหันหลังให้งานที่แสนเบื่อก็เป็นได้ ใช้สิทธิตรงนี้เอาเวลาตรงนี้ไปพักผ่อนร่างกายจิตใจเมื่อคุณมีความสดชื่นอารมณ์ดีการกลับมาทำงานอีกครั้งก็เหมือนว่าชาร์ทแบตมาเต็มที่ แบบนี้ไฟในการทำงานน่าจะกลับมาแล้ว

3.ขยับไปทำอะไรที่แปลกใหม่ดูบ้าง

นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนงานโดยการลาออกแต่เป็นการเปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบ หลายองค์กรมี การหมุนเวียนเปลี่ยนงาน (Job Rotation) เพื่อให้พนักงานได้เรียนรู้งานที่หลากหลายและป้องกันการเบื่องานถ้าคุณรู้สึกเบื่องานรองไปคุยกับหัวหน้างานสักนิดเพื่อร่วมกันหาทางออก ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนงานเสมอไป

  1. 4. เปลี่ยนวิธีการทำงานดูบ้างน่าจะดี

บางคนนั้นทำงานเดิมซ้ำๆก็เบื่อได้ ถ้าเคยทำงานแบบเดิมด้วยวิธีเดิมก็คงทำให้จำเจ ถ้าคุรคิดในมุมกลับกันว่าคุณเชี่ยวชาญในการทำงานด้วยวิธีการนี้แล้วจะลองหาแนวทางในการทำงานแบบใหม่ที่ทำให้ทำงานได้เร็วและดีขึ้นได้อย่างไรนี่ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่เพิ่มความท้าทายให้การทำงานและลดความน่าเบื่อลงได้ แถยังช่วยให้องค์กรประหยัดทรัพยากรอีกด้วย

 

5.สุดท้ายทบทวนให้ดีก่อนตัดสินใจเปลี่ยนงาน

หลายคนพอเบื่องานก็อยากลาออกไปหางานใหม่ แต่บางทีไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเพราะสิ่งที่ติดตัวคุณไปคือทัศนคติของการทำงานถ้ายังมีความคิดเดิมๆทำงานที่ไหนก็คงได้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนเดิม ทำกี่ที่ก็อาจจะเบื่อได้เหมือนเดิมดังนั้นปรับที่ความคิดของคุณก่อนน่าจะดีกว่า

Please follow and like us:

ทำอย่างไรให้การขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิเรื่องการงานสัมฤทธิ์ผล

คนหางาน คนทำงาน คนที่อยากมีความเจริญก้าวหน้าในงาน รวมทั้งคนที่มีปัญหาในการทำงาน ไม่อุปสรรคไม่เจริญก้าวหน้า การขอพรกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นอีกวิธีหนึ่งคนที่มีศรัทธาจะทำเพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ในการขอพรเรื่องการงานนั้น ต้องมีความตั้งใจเป็นที่ตั้ง หากตั้งใจดีแล้วก็มักประสบความสำเร็จหางานได้อย่างที่ตั้งใจ และการงานเจริญก้าวหน้า เพื่อให้ได้ผลตามความของผู้หางาน มีข้อแนะนำในการขอพรเรื่องการงานดังนี้

1.ขอพรโดยไม่ทำร้ายผู้อื่น

พรที่ขอต้องเป็นเรื่องดี  การขอให้ตัวเองได้ในสิ่งที่ดีนั้นย่อมทำได้ แต่ต้องไม่เป็นการเบียดเบียนหรือสร้างความเดือดร้อนแก่คนอื่น  หากอยากขอพรเรื่องการงาน อย่าได้ไปแช่งให้คู่แข่งคนอื่นพินาศ และผู้ที่มาขอพรเรื่องการงานนั้น ก็ต้องเป็นคนขยันหมั่นเพียรในการประกอบกิจการงานด้วย  สิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงจะช่วยให้พรที่ขอเป็นจริง

  1. ตั้งมั่นอย่างแรงกล้า

มีพลังจิตอย่างแรงกล้าที่จะส่งคำอธิษฐานให้เชื่อมต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำสมาธิตั้งจิตที่แน่วแน่ที่สุด และเป็นจิตอันบริสุทธิ์ สื่อออกไปถึงความตั้งใจและนำเอาความตั้งใจนี้มาใช้ต่อในการทำงานและการหางานต่อด้วย

  1. มีสติในการขอพร

ผู้ขอพรต้องความดีเป็นที่ตั้ง ตั้งมั่นอยู่ในความดีอย่างมีแรงศรัทธา ควรเริ่มต้นจากการให้ทาน รักษาศีล และสวดมนต์ภาวนา ละเว้นการเบียดเบียนผู้อื่น  พูดในสิ่งที่เป็นมงคลกระทำสิ่งที่ไม่เป็นบาป เมื่อมีจิตใจที่ดีแล้วเวลาขอพรไปขอให้ขอพรที่ไม่มากจนเกินไป เช่น ขอให้ได้งานนี้ โดยขอให้ตนเองมีสติมีความรอบครอบในการเข้ารับการคัดเลือก หรื อ ขอให้การทำงานราบรื่นให้ผลงานออกมาดี เป็นที่ถูกใจของเจ้านายเพื่อให้ได้เลื่อนขั้น อย่าไปขอว่าให้ได้งาน ให้คู่แข่งแพ้พ่ายไป แบบนี้เป็นอกุศล

4.ต้องไม่ลืมขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร

มีความเชื่อที่ว่ากรรมเก่าก็เป็นวิบากกรรมที่สามารถส่งผลให้แรงอธิษฐานอ่อนพลังลงไปได้ จึงควรหมั่นขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรให้ยกโทษให้ และมาร่วมอนุโมทนาบุญกับการทำความดีทุกครั้ง

 

 

  1. 5. ขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอานุภาพตรงตามเรื่องที่ขอ

โดยทั่วไปหาคุณจะขอในเรื่องการงานนั้นมักนิยมไปขอพรกันที่   ศาลเจ้าพ่อกวนอู  หลวงพ่อปู่ วัดชนะสงคราม  หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง ภูเก็ต  ท้าวมหาพรหมเอราวัณ  พระพิฆเนศ พระแม่มหาอุมาเทวี ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ศาลเจ้าพ่อเสือ  กรมหลวงชุมพร (เสด็จเตี่ย) เสด็จพ่อ ร.5

Please follow and like us:

อย่าพลาด สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ขอพรการงานสมหวังดังใจ

คนไทยกับความเชื่อเป็นของคู่กัน การขอพรให้ได้ในสิ่งที่ปรารถนานั้นก็เช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่การหางาน มีความเชื่อมากมายถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่จะดลบันดาลให้ผู้หางานสามารถหางานได้ตามที่ปรารถนา ถ้าใครกำลังหาข้อมูลสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยให้คุณได้งานเราเอาข้อมูลดีๆมาฝากกัน มาดูเลยว่าอยากได้งานต้องไปขอพรที่ไหน

  1. ศาลเจ้าพ่อกวนอู ถนนเทิดไท แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพฯ

ชาวจีนนั้นยกย่องให้ท่านเทพเจ้ากวนอู เป็นเทพแห่งสงครามและเป็นเทพแห่งชัยชนนะ การมาสักการะท่านก็จะส่งผลให้คุณประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง บริวารซื่อสัตย์ รวมถึงการสอบจะมีโอกาสมีชัยชนะเหนือศัตรูคู่แข่ง การไหว้เทพเจ้าพ่อกวนอูไหว้ได้ทุกวันแต่ถ้าจะดีที่สุดควนไปไหว้ในวันอังคาร ซึ่งจะเน้นผลเกี่ยวการแข่งขันการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งหากไหว่ในวันอาทิตย์ จะผลให้หน้าที่การงานเจริญรุ่งเรือง ประสบความสำเร็จ ของไหว้ให้เตรียมดอกไม้ธูปเทียน น้ำชาหรือเหล้าจีน

  1. หลวงพ่อปู่ วัดชนะสงคราม บนถนนจักรพงษ์ ใกล้กับถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ

วัดชนะสงคราม สร้างขึ้นใน ร. 1  เป็นอนุสรณ์ที่สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงมีชัยชนะต่อข้าศึกถึง 3 ครั้ง 3 ครา  หากคุณกำลังเผชิญหน้ากับปัญหา มีอุปสรรค มีศัตรูคู่แข่งที่น่ากลัว หากมาไหว้หลวงพ่อปู่ วัดชนะสงคราม รับรองว่าคุณจะเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างไปได้อย่างแน่นอน

การไหว้ขอพรให้ใช้ดอกไม้ธูปเทียนตามปกติ โดยควรไปไหว้หลวงพ่อปู่ซึ่งเป็นพระประธานในพระอุโบสถก่อน ให้เตรียม ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก และเครื่องสักการะ  และไปกราบอนุสาวรีย์สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทให้เตรียม ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอกและอธิษฐานขอให้มีชัยชนะเหนือศัตรูคู่แข่งและเอาชนะอุปสรรคอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงไปได้

  1. หลวงพ่อแช่ม วัดฉลองอยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 8 กิโลเมตร

การไหว้หลวงพ่อแช่มจึงส่งผลให้การงานสำเร็จลุล่วงตามที่ปรารถนา ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านมีประปรากฏตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เพราะในเวลานั้นมีพวกอั้งยี่ที่ก่อกบฏ หลวงพ่อแช่มท่านจึงได้มอบผ้าประเจียดให้ชาวบ้านเป็นเครื่องรางของขลัง เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เพราะแม้ว่าชาวบ้านจะมีน้อยกว่าแต่กลับเอาชนะพวกกบฏอั้งยี่ได้สมใจปรารถนา ก่อนที่จะไหว้หลวงพ่อแช่มนั้นให้คุณไปไหว้พระประธานก่อนตามธรรมเนียม จากนั้นจึงไปไหว้หลวงพ่อแช่มโดยใช้ดอกไม้ธูปเทียนตามปกติ ส่วนของที่นิยมนำมาแก้บนคือประทัด

การขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นการให้กำลังใจคนหางานในทางหนึ่งหากมีความศรัทธาและอยากไปไหว้ขอพรสามารถทำได้แต่ก็อย่าลืมที่จะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการหางานด้วยจะได้ช่วยเสริมกันทั้งสองทาง

Please follow and like us:

พฤติกรรมสุด ยี้ !!! อย่าทำแบบนี้เวลาไปสัมภาษณ์งาน

สร้างความประทับใจแรกพบได้ (First Impression) เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้สมัครงานต้องสร้างให้กับกรรมการสัมภาษณ์งานประทับใจให้ได้ เพราะมีผลต่อการพิจารณาให้คุณได้งานเป็นอย่างมาก เมื่อมีโอกาสได้ผ่านการรับเลือกให้เข้าสัมภาษณ์งานแล้ว ผู้สมัครงานจงทำให้ดีที่สุด และควรปฏิบัติตามมารยาทที่ดีในการสัมภาษณ์งาน โดยเลี่ยงที่จะทำพฤติกรรมต่อไปนี้

  1. อย่าดูเวลา หรือ มองนาฬิกาบ่อยๆ

รีบไปไหนรึเปล่า !! มีธุระรึอย่างไร กรรมการอาจจะตัดสินว่าคุณกำลังรีบ หรืออึดอัด และอยากจะออกไปจากการสัมภาษณ์เร็วๆ จึงไม่ควรทำ ควรที่จะจดจ่อและให้ความสำคัญกับการตอบคำถามของกรรมการจะดีกว่า

  1. โทรศัพท์ดังระหว่างสัมภาษณ์แบบนี้คะแนนติดลบแน่ๆ

ต้องปิดโทรศัพท์มือถือก่อนเข้ารับการสัมภาษณ์ถือเป็นมารยาทสากลที่ควรทำ เพราะเสียงโทรศัพท์ทำให้กรรมการสัมภาษณ์เสียสมาธิ และเป็นการขัดจังหวะการสัมภาษณ์งาน บางทีที่ถือเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญจะหยุดสัมภาษณ์และเชิญคุณออกจากห้องไปเลย

  1. แต่งตัวดีคือสุภาพไม่ใช่ของแพงและดูฟู่ฟ่า

การแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานเน้นความสุภาพเรียบร้อย ด้วยชุดสากลไม่ควรแต่งตัวโดดเด่น เป็นที่ดึงดูดสายตาผู้คน การใส่มีเครื่องประดับควรพิจารณาให้ดี ใส่ได้แต่อย่าเยอะ จนรุงรัง นาฬิกาเรียบๆ แหวนเรียบๆถือว่าผ่าน แต่ถ้าถึงขั้นใส่สร้อย และตุ้มหาที่ระย้าห้อยลงมาคงไม่เหมาะ  และไม่จำเป็นต้องเป็นของแพง อีกอย่างกรุณาแต่งตัวคลุมโทน อย่างใส่เสื้อสีกางเกงหรือกระโปรงอีกสี และคลุมทับด้วยสูทอีกสี แบบนั้นดูขาดรสนิยมเหลือร้าย

  1. ควบคุมพฤติกรรมของตัวเองให้ดี

ทุกคนมักมีพฤติกรรมที่คุณชอบทำ โดยไม่รู้ตัว ต้องควบคุมตัวเองให้ดี เพราะหากไม่ควบคุมตัวเองพฤติกรรมนั้นอาจอาจเบี่ยงเบนความสนใจของกรรมการสัมภาษณ์ และทำให้กรรมการรำคาญจนเกิดอคติพฤติกรรมที่โดยปกติอาจไม่ใช่เรื่องแย่แต่สำหรับการสัมภาษณ์งานนั้นผู้สมัครงานต้องไม่กระทำคือ  การยักไหล่ การบิดขยับตัว สะบัดผม การกระพริบตาถี่ๆ การเขย่าขา  อาการล้วงแคะแกะเกา

 

 

  1. อย่าพูดรัวเร็วเป็นรถด่วน

การสื่อสารโดยคำพูดของคุณในการตอบคำถามกรรมการสัมภาษณ์ต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การพูดไม่ควรพูดเร็วจนรัว  ต้องเว้นจังหวะหายใจบ้าง ไม่พูดยาวนานจนกรรมการเบื่อไม่ตั้งใจฟัง  ควรพูดให้กระชับได้ใจความ  เว้นจังหวะให้ดี สังเกตพฤติกรรมผู้ฟังโดยมองดูว่าเขาต้องการสอบถามอะไรหรือไม่ ที่คุณกำลังตอบถ้าเห็นว่าเขาต้องการถามอะไรควรพูดจาให้กระชับและเปิดโอกาสให้กรรมการสอบถามคุณ

 

จำไว้ว่าการสัมภาษณ์งานอาจใช้เวลาเพียง 15-20 นาที แต่เวลาเพียงเท่านี้ผู้สัมภาษณ์มืออาชีพจะสังเกตพฤติกรรมของคุณอย่างละเอียดและวิเคราะห์คุณได้อย่างท่องแท้ และเวลาเพียงไม่นานอาจเปลี่ยนชีวิตของคุณไปเลย เตรียมตัวให้ดีก่อนไปสัมภาษณ์โอกาสได้งานจะเป็นของคุณ

Please follow and like us:

อย่าพลาด สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ขอพรการงานสมหวังดังใจ

คนไทยกับความเชื่อเป็นของคู่กัน การขอพรให้ได้ในสิ่งที่ปรารถนานั้นก็เช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่การหางาน มีความเชื่อมากมายถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่จะดลบันดาลให้ผู้หางานสามารถหางานได้ตามที่ปรารถนา ถ้าใครกำลังหาข้อมูลสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยให้คุณได้งานเราเอาข้อมูลดีๆมาฝากกัน มาดูเลยว่าอยากได้งานต้องไปขอพรที่ไหน

  1. ศาลเจ้าพ่อกวนอู ถนนเทิดไท แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพฯ

ชาวจีนนั้นยกย่องให้ท่านเทพเจ้ากวนอู เป็นเทพแห่งสงครามและเป็นเทพแห่งชัยชนนะ การมาสักการะท่านก็จะส่งผลให้คุณประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง บริวารซื่อสัตย์ รวมถึงการสอบจะมีโอกาสมีชัยชนะเหนือศัตรูคู่แข่ง การไหว้เทพเจ้าพ่อกวนอูไหว้ได้ทุกวันแต่ถ้าจะดีที่สุดควนไปไหว้ในวันอังคาร ซึ่งจะเน้นผลเกี่ยวการแข่งขันการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งหากไหว่ในวันอาทิตย์ จะผลให้หน้าที่การงานเจริญรุ่งเรือง ประสบความสำเร็จ ของไหว้ให้เตรียมดอกไม้ธูปเทียน น้ำชาหรือเหล้าจีน

  1. หลวงพ่อปู่ วัดชนะสงคราม บนถนนจักรพงษ์ ใกล้กับถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ

วัดชนะสงคราม สร้างขึ้นใน ร. 1  เป็นอนุสรณ์ที่สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงมีชัยชนะต่อข้าศึกถึง 3 ครั้ง 3 ครา  หากคุณกำลังเผชิญหน้ากับปัญหา มีอุปสรรค มีศัตรูคู่แข่งที่น่ากลัว หากมาไหว้หลวงพ่อปู่ วัดชนะสงคราม รับรองว่าคุณจะเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างไปได้อย่างแน่นอน

การไหว้ขอพรให้ใช้ดอกไม้ธูปเทียนตามปกติ โดยควรไปไหว้หลวงพ่อปู่ซึ่งเป็นพระประธานในพระอุโบสถก่อน ให้เตรียม ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก และเครื่องสักการะ  และไปกราบอนุสาวรีย์สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทให้เตรียม ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอกและอธิษฐานขอให้มีชัยชนะเหนือศัตรูคู่แข่งและเอาชนะอุปสรรคอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงไปได้

  1. หลวงพ่อแช่ม วัดฉลองอยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 8 กิโลเมตร

การไหว้หลวงพ่อแช่มจึงส่งผลให้การงานสำเร็จลุล่วงตามที่ปรารถนา ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านมีประปรากฏตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เพราะในเวลานั้นมีพวกอั้งยี่ที่ก่อกบฏ หลวงพ่อแช่มท่านจึงได้มอบผ้าประเจียดให้ชาวบ้านเป็นเครื่องรางของขลัง เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เพราะแม้ว่าชาวบ้านจะมีน้อยกว่าแต่กลับเอาชนะพวกกบฏอั้งยี่ได้สมใจปรารถนา ก่อนที่จะไหว้หลวงพ่อแช่มนั้นให้คุณไปไหว้พระประธานก่อนตามธรรมเนียม จากนั้นจึงไปไหว้หลวงพ่อแช่มโดยใช้ดอกไม้ธูปเทียนตามปกติ ส่วนของที่นิยมนำมาแก้บนคือประทัด

การขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นการให้กำลังใจคนหางานในทางหนึ่งหากมีความศรัทธาและอยากไปไหว้ขอพรสามารถทำได้แต่ก็อย่าลืมที่จะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการหางานด้วยจะได้ช่วยเสริมกันทั้งสองทาง

Please follow and like us: