ตลาดงานของคนจบไอทีแสนสดใส มีงานดีๆอะไรน่าสนใจมาดูกัน (2)

มาต่อกันเลยจ้า กับสาขาด้านไอทีที่จบมาแล้วเนื้อหอมมากๆ จากที่เคยนำเสนอไปแล้วถึง 5 สาขา ต้องบอกว่ายังมีอีก 5 สาขาเลยทีเดียวที่เนื้อหอมไม่แพ้กัน อย่าเสียเวลากันเลยมาดูมาชมกันจ้า

  1. สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ รวมทุกความสามารถของสายไอที

Computer engineering เน้นเรียนในเรื่องการออกแบบ การสร้าง ทดสอบ วิเคราะห์ จนไปถึงเรื่องการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ (Software) อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware) และเครือข่าย (Network) ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูล   สมัครงาน ในตำแหน่ง วิศวกรคอมพิวเตอร์ วิศวกรระบบความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ได้สบายๆ และยังพ่วงตำแหน่ง นักออกแบบซอฟต์แวร์ นักออกแบบระบบ ได้อีกด้วย

  1. สาขาวิศวกรรมเครือข่ายและความปลอดภัย สาขาใหม่ของสายไอทีที่องค์กรว๊อนนนมากก

Network Engineering and Security เจาะลึกเกี่ยวกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การออกแบบเครือข่าย การดูแลและจัดการระบบเสมือนจริง ความมั่นคงปลอดภัยในเทคโนโลยีเครือข่าย และยังรวมถึงเรื่องการพัฒนาโปรแกรมบนเครือข่าย อีกด้วย ตำแหน่งวิศวกรเครือข่าย ผู้ดูแลความมั่นคงปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย วิศวกรควบคุมดูแลระบบคอมพิวเตอร์ รอให้ไปสมัครกันเลยจ้า

  1. สาขากราฟิกดีไซน์ ถ้าชอบการออกแบบต้องไม่พลาด

Graphic design เรียนเกี่ยวกับการคิดและออกแบบ การจัดองค์ประกอบ การใช้สี การพิมพ์ เช่น งานถ่ายภาพ งานสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณาทั้ง 2D และ 3D นอกจากนี้ยังจะได้เรียนเกี่ยวกับเครื่องมือต่างๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานออกแบบกราฟิก อาชีพที่เกี่ยวข้อง เช่น นักออกแบบกราฟิก นักออกแบบเว็บไซต์ นักออกแบบนิทรรศการ พร้อมให้คนที่เรียนจบไปสมัครงานกันมากมาย หลายองค์กรที่กำลังแข่งขันกันด้วยการสร้าง Digital Content กำลังต้องการมาก

  1. สาขาแอนิเมชันและมัลติมีเดีย ใครชอบครีเอทต้องไปเรียน

Animation and Multimedia ใครมีความคิดสร้างสรรค์แสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยในสาขาวิชานี้เราจะเรียนเกี่ยวกับการผลิตสื่อทางมัลติมีเดีย สื่อแอนิเมชัน 2D และ 3D นอกจากนี้เรายังจะเรียนเกี่ยวกับการสร้าง Visual Effect และสื่อสิ่งพิม์ต่างๆ อีกด้วย อาชีพล้ำๆอย่าง นักสร้างแบบจำลอง ศิลปินดิจิทัล นักออกแบบ Special Effect หรือ Visual Effect นักออกแบบคอมพิวเตอร์ นักออกแบบเว็บไซต์ นักออกแบบกราฟิก รอให้คนที่เรียนจบไปสมัครงานเพียบเลย

 

  1.  สาขาวิชาวิศวกรรมนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ สาขาสำหรับคนไอทีที่เป็นนักคิดที่มีไอเดียเจ๋งๆ

Computer Innovation Engineering : CIE  เน้นการเรียนรู้ทั้งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น เทคโนโลยีคลาวด์ Mobile computing Cybersecurity Big data analytics และ Internet of Things ที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรมดิจิทัลในอนาคต  ตลาดงานสำหรับผู้จบสาขานี้ยังไปได้อีกไกล สามารถทำงานได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และทำงานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น วิศวกรระบบคอมพิวเตอร์แบบฝังตัว (Embedded) นักออกแบบผลิตภัณฑ์ นักพัฒนานวัตกรรมด้านไอที วิศวกรรทางด้านระบบ Cloud วิศวกรนวัตกรรม

 

ต้องยอมรับเลยว่าคนไอทีในนาทีนี้เนื้อหอมจริงๆ แต่สำหรับใครที่ไม่ได้เรียนจบด้านไอทีอยากทำงานที่เกี่ยวข้องก็สามารถพัฒนาตัวเองด้วยคอร์สระยะสั้นได้เช่นกัน เพราะหลายองค์ความรู้มีการสอนให้กับผู้ที่สนใจ ถ้าคุณมีความสามารถด้านไอทีก็น่าจะทำให้องค์กรสนใจในตัวคุณมากขึ้น


ตลาดงานของคนจบไอทีแสนสดใส มีงานดีๆอะไรน่าสนใจมาดูกัน

ยุคดิจิทัลคือยุคทองของคนจบไอที โดยแท้ เพราะเป็นสาขาที่ตลาดงานต้องการมากทีเดียว วันนี้อยากนำเสนอถึงสาวิชาของสายงานไอที เป็นไอเดียให้น้องที่กำลังจะเลือกเรียนในสายนี้ได้เห็นแนวทางของการสมัครงานในอนาคต บางทีเราก็ต้องเตรียมความพร้อมของการหางานตั้งแต่ก่อนเลือกสาขาที่จะเรียนจริงไหม มาดูกันเลยว่าถ้าใจรักทาไอทีเลือกเรียนสาขาไหน จบออกมาแล้วจะสมัครงานอะไรได้บ้าง

 

  1. วิทยาการคอมพิวเตอร์สาขาวิชาโดยตรงของสายงานไอที

Computer Scienceเรียนเกี่ยวกับการเขียนโค้ด (Coding) การพัฒนาโปรแกรมด้านคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ในส่วน Network Software และ Hardware เรียนจบมาหางานด้านไอทีได้เกือบทุกงาน ทั้ง โปรแกรมเมอร์ ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล เจ้าหน้าที่เทคนิค หรืองานผู้เชี่ยวชาญระบบคอมพิวเตอร์ นักวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรม

  1. เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้เรียนทั้งไอทีและเอามาประยุกต์กับหลายสิ่ง

Information Technology เป็นสาขาวิชาประยุกต์ที่เรียนการเขียนโปรแกรม การใช้โปรแกรมเบื้องต้น การทำกราฟิก การสร้าง Content สามารถประกอบอาชีพทางด้านไอทีได้คล้ายๆ กับComputer Science โดยสามารถสมัครงานในตำแหน่ง นักวิชาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ นักวิเคราะห์และออกแบบระบบงานด้านสารสนเทศ นักพัฒนาเว็บไซต์

  1. Gamer ที่แท้ทรูก็ต้องเรียน สาขาเกมและสื่ออินเทอร์แอคทีฟ สิจ๊ะ

Game and Interactive Media เป็นสาขาวิชาที่ได้รวมเอาศาสตร์หลายอย่างมารวมกันไว้เป็นที่สนใจของเด็กยุคใหม่เป็นอย่างมากและตลาดงานก็ต้องการตัวสุดๆ เป็นการเรียนโดยเข้าถึงองค์ความรู้ของ วิทยาการคอมพิวเตอร์ นิเทศศาสตร์ ศิลปะ การออกแบบ และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบเกมและมัลติมีเดีย จะเน้นการเรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างภาพเคลื่อนไหวและงานทางด้านกราฟิก โดยจะเป็นการใช้เครื่องมือทั้ง Software และ Hardware ถือว่า ว้าววว มาทีเดียวจ้า  จบมาแล้วก็หางานในตำแหน่ง นักพัฒนาเกม ผู้เชี่ยวชาญเกมเอนจิ้น โปรแกรมเมอร์สำหรับเกม นักออกแบบเกม ได้เลย

  1. สารสนเทศการแพทย์ สาขาใหม่ที่ทำให้ไอทีวิทยาศาสตร์สุขภาพใกล้กันมากขึ้น

Medical Informatics ได้ยินชื่อครั้งแรกอาจแปลกใจแต่ยุคนี้แล้วไอทีก็สามารถไปเกี่ยวข้องได้กับศาสตร์ทุกแขนง นี่เป็นอีกหนึ่งสาขาวิชาที่มีความน่าสนใจ ต้องเรียนรู้ทั้งเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข เพื่อรองรับ การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ด้านการแพทย์ และการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ จบมาแล้วมีตำแหน่งงานดีๆอย่าง นักวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์ นักวิเคราะห์ระบบด้านการแพทย์และโรงพยาบาล นักเวชสถิติ หรือจะระดมทุนทำ Healthtech ในแบบของ startup ก็ยังได้

  1. สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจไอทีที่ไปสนับสนับการทำธุรกิจ

Business Computer มีคนสนใจเข้าศึกษาเรียนมากได้รับความนิยมมานานและตอนนี้ก็ยังนิยมกันอยู่ ในอนาคตก็ยังเป็นที่ต้องการจองตลาด เป็นการนำเอาระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับงานด้านธุรกิจและการจัดการ จบมาแล้วไม่ต้องกลัวตกงาน เพราะมีตำปหน่งงานดีๆอย่าง เจ้าหน้าที่ฝ่ายคอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนด้านซอฟต์แวร์ (Support) เจ้าหน้าที่ฝ่าย E–Learning เจ้าหน้าที่ฝ่ายระบบงานสำนักงาน รออยู่

ไม่หมดเพียงเท่านี้ใน ยังมีสาขาด้านไอทีที่น่าสนใจอีกหลายสาขาที่บอกเลยว่าเนื้อหอมสุดๆแต่ขอเอาไว้เล่าต่อในอีกบทความหนึ่ง อย่าลืมติดตามอ่านกันนะจ๊ะ


อย่าพลาด สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ขอพรการงานสมหวังดังใจ

คนไทยกับความเชื่อเป็นของคู่กัน การขอพรให้ได้ในสิ่งที่ปรารถนานั้นก็เช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่การหางาน มีความเชื่อมากมายถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่จะดลบันดาลให้ผู้หางานสามารถหางานได้ตามที่ปรารถนา ถ้าใครกำลังหาข้อมูลสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยให้คุณได้งานเราเอาข้อมูลดีๆมาฝากกัน มาดูเลยว่าอยากได้งานต้องไปขอพรที่ไหน

  1. ศาลเจ้าพ่อกวนอู ถนนเทิดไท แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพฯ

ชาวจีนนั้นยกย่องให้ท่านเทพเจ้ากวนอู เป็นเทพแห่งสงครามและเป็นเทพแห่งชัยชนนะ การมาสักการะท่านก็จะส่งผลให้คุณประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง บริวารซื่อสัตย์ รวมถึงการสอบจะมีโอกาสมีชัยชนะเหนือศัตรูคู่แข่ง การไหว้เทพเจ้าพ่อกวนอูไหว้ได้ทุกวันแต่ถ้าจะดีที่สุดควนไปไหว้ในวันอังคาร ซึ่งจะเน้นผลเกี่ยวการแข่งขันการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งหากไหว่ในวันอาทิตย์ จะผลให้หน้าที่การงานเจริญรุ่งเรือง ประสบความสำเร็จ ของไหว้ให้เตรียมดอกไม้ธูปเทียน น้ำชาหรือเหล้าจีน

  1. หลวงพ่อปู่ วัดชนะสงคราม บนถนนจักรพงษ์ ใกล้กับถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ

วัดชนะสงคราม สร้างขึ้นใน ร. 1  เป็นอนุสรณ์ที่สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงมีชัยชนะต่อข้าศึกถึง 3 ครั้ง 3 ครา  หากคุณกำลังเผชิญหน้ากับปัญหา มีอุปสรรค มีศัตรูคู่แข่งที่น่ากลัว หากมาไหว้หลวงพ่อปู่ วัดชนะสงคราม รับรองว่าคุณจะเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างไปได้อย่างแน่นอน

การไหว้ขอพรให้ใช้ดอกไม้ธูปเทียนตามปกติ โดยควรไปไหว้หลวงพ่อปู่ซึ่งเป็นพระประธานในพระอุโบสถก่อน ให้เตรียม ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก และเครื่องสักการะ  และไปกราบอนุสาวรีย์สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทให้เตรียม ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอกและอธิษฐานขอให้มีชัยชนะเหนือศัตรูคู่แข่งและเอาชนะอุปสรรคอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงไปได้

  1. หลวงพ่อแช่ม วัดฉลองอยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 8 กิโลเมตร

การไหว้หลวงพ่อแช่มจึงส่งผลให้การงานสำเร็จลุล่วงตามที่ปรารถนา ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านมีประปรากฏตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เพราะในเวลานั้นมีพวกอั้งยี่ที่ก่อกบฏ หลวงพ่อแช่มท่านจึงได้มอบผ้าประเจียดให้ชาวบ้านเป็นเครื่องรางของขลัง เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เพราะแม้ว่าชาวบ้านจะมีน้อยกว่าแต่กลับเอาชนะพวกกบฏอั้งยี่ได้สมใจปรารถนา ก่อนที่จะไหว้หลวงพ่อแช่มนั้นให้คุณไปไหว้พระประธานก่อนตามธรรมเนียม จากนั้นจึงไปไหว้หลวงพ่อแช่มโดยใช้ดอกไม้ธูปเทียนตามปกติ ส่วนของที่นิยมนำมาแก้บนคือประทัด

การขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นการให้กำลังใจคนหางานในทางหนึ่งหากมีความศรัทธาและอยากไปไหว้ขอพรสามารถทำได้แต่ก็อย่าลืมที่จะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการหางานด้วยจะได้ช่วยเสริมกันทั้งสองทาง


พฤติกรรมสุด ยี้ !!! อย่าทำแบบนี้เวลาไปสัมภาษณ์งาน

สร้างความประทับใจแรกพบได้ (First Impression) เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้สมัครงานต้องสร้างให้กับกรรมการสัมภาษณ์งานประทับใจให้ได้ เพราะมีผลต่อการพิจารณาให้คุณได้งานเป็นอย่างมาก เมื่อมีโอกาสได้ผ่านการรับเลือกให้เข้าสัมภาษณ์งานแล้ว ผู้สมัครงานจงทำให้ดีที่สุด และควรปฏิบัติตามมารยาทที่ดีในการสัมภาษณ์งาน โดยเลี่ยงที่จะทำพฤติกรรมต่อไปนี้

  1. อย่าดูเวลา หรือ มองนาฬิกาบ่อยๆ

รีบไปไหนรึเปล่า !! มีธุระรึอย่างไร กรรมการอาจจะตัดสินว่าคุณกำลังรีบ หรืออึดอัด และอยากจะออกไปจากการสัมภาษณ์เร็วๆ จึงไม่ควรทำ ควรที่จะจดจ่อและให้ความสำคัญกับการตอบคำถามของกรรมการจะดีกว่า

  1. โทรศัพท์ดังระหว่างสัมภาษณ์แบบนี้คะแนนติดลบแน่ๆ

ต้องปิดโทรศัพท์มือถือก่อนเข้ารับการสัมภาษณ์ถือเป็นมารยาทสากลที่ควรทำ เพราะเสียงโทรศัพท์ทำให้กรรมการสัมภาษณ์เสียสมาธิ และเป็นการขัดจังหวะการสัมภาษณ์งาน บางทีที่ถือเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญจะหยุดสัมภาษณ์และเชิญคุณออกจากห้องไปเลย

  1. แต่งตัวดีคือสุภาพไม่ใช่ของแพงและดูฟู่ฟ่า

การแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานเน้นความสุภาพเรียบร้อย ด้วยชุดสากลไม่ควรแต่งตัวโดดเด่น เป็นที่ดึงดูดสายตาผู้คน การใส่มีเครื่องประดับควรพิจารณาให้ดี ใส่ได้แต่อย่าเยอะ จนรุงรัง นาฬิกาเรียบๆ แหวนเรียบๆถือว่าผ่าน แต่ถ้าถึงขั้นใส่สร้อย และตุ้มหาที่ระย้าห้อยลงมาคงไม่เหมาะ  และไม่จำเป็นต้องเป็นของแพง อีกอย่างกรุณาแต่งตัวคลุมโทน อย่างใส่เสื้อสีกางเกงหรือกระโปรงอีกสี และคลุมทับด้วยสูทอีกสี แบบนั้นดูขาดรสนิยมเหลือร้าย

  1. ควบคุมพฤติกรรมของตัวเองให้ดี

ทุกคนมักมีพฤติกรรมที่คุณชอบทำ โดยไม่รู้ตัว ต้องควบคุมตัวเองให้ดี เพราะหากไม่ควบคุมตัวเองพฤติกรรมนั้นอาจอาจเบี่ยงเบนความสนใจของกรรมการสัมภาษณ์ และทำให้กรรมการรำคาญจนเกิดอคติพฤติกรรมที่โดยปกติอาจไม่ใช่เรื่องแย่แต่สำหรับการสัมภาษณ์งานนั้นผู้สมัครงานต้องไม่กระทำคือ  การยักไหล่ การบิดขยับตัว สะบัดผม การกระพริบตาถี่ๆ การเขย่าขา  อาการล้วงแคะแกะเกา

 

 

  1. อย่าพูดรัวเร็วเป็นรถด่วน

การสื่อสารโดยคำพูดของคุณในการตอบคำถามกรรมการสัมภาษณ์ต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การพูดไม่ควรพูดเร็วจนรัว  ต้องเว้นจังหวะหายใจบ้าง ไม่พูดยาวนานจนกรรมการเบื่อไม่ตั้งใจฟัง  ควรพูดให้กระชับได้ใจความ  เว้นจังหวะให้ดี สังเกตพฤติกรรมผู้ฟังโดยมองดูว่าเขาต้องการสอบถามอะไรหรือไม่ ที่คุณกำลังตอบถ้าเห็นว่าเขาต้องการถามอะไรควรพูดจาให้กระชับและเปิดโอกาสให้กรรมการสอบถามคุณ

 

จำไว้ว่าการสัมภาษณ์งานอาจใช้เวลาเพียง 15-20 นาที แต่เวลาเพียงเท่านี้ผู้สัมภาษณ์มืออาชีพจะสังเกตพฤติกรรมของคุณอย่างละเอียดและวิเคราะห์คุณได้อย่างท่องแท้ และเวลาเพียงไม่นานอาจเปลี่ยนชีวิตของคุณไปเลย เตรียมตัวให้ดีก่อนไปสัมภาษณ์โอกาสได้งานจะเป็นของคุณ


ตลาดงานของคนจบไอทีแสนสดใส มีงานดีๆอะไรน่าสนใจมาดูกัน (2)

มาต่อกันเลยจ้า กับสาขาด้านไอทีที่จบมาแล้วเนื้อหอมมากๆ จากที่เคยนำเสนอไปแล้วถึง 5 สาขา ต้องบอกว่ายังมีอีก 5 สาขาเลยทีเดียวที่เนื้อหอมไม่แพ้กัน อย่าเสียเวลากันเลยมาดูมาชมกันจ้า

  1. สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ รวมทุกความสามารถของสายไอที

Computer engineering เน้นเรียนในเรื่องการออกแบบ การสร้าง ทดสอบ วิเคราะห์ จนไปถึงเรื่องการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ (Software) อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware) และเครือข่าย (Network) ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูล   สมัครงาน ในตำแหน่ง วิศวกรคอมพิวเตอร์ วิศวกรระบบความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ได้สบายๆ และยังพ่วงตำแหน่ง นักออกแบบซอฟต์แวร์ นักออกแบบระบบ ได้อีกด้วย

  1. สาขาวิศวกรรมเครือข่ายและความปลอดภัย สาขาใหม่ของสายไอทีที่องค์กรว๊อนนนมากก

Network Engineering and Security เจาะลึกเกี่ยวกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การออกแบบเครือข่าย การดูแลและจัดการระบบเสมือนจริง ความมั่นคงปลอดภัยในเทคโนโลยีเครือข่าย และยังรวมถึงเรื่องการพัฒนาโปรแกรมบนเครือข่าย อีกด้วย ตำแหน่งวิศวกรเครือข่าย ผู้ดูแลความมั่นคงปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย วิศวกรควบคุมดูแลระบบคอมพิวเตอร์ รอให้ไปสมัครกันเลยจ้า

  1. สาขากราฟิกดีไซน์ ถ้าชอบการออกแบบต้องไม่พลาด

Graphic design เรียนเกี่ยวกับการคิดและออกแบบ การจัดองค์ประกอบ การใช้สี การพิมพ์ เช่น งานถ่ายภาพ งานสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณาทั้ง 2D และ 3D นอกจากนี้ยังจะได้เรียนเกี่ยวกับเครื่องมือต่างๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานออกแบบกราฟิก อาชีพที่เกี่ยวข้อง เช่น นักออกแบบกราฟิก นักออกแบบเว็บไซต์ นักออกแบบนิทรรศการ พร้อมให้คนที่เรียนจบไปสมัครงานกันมากมาย หลายองค์กรที่กำลังแข่งขันกันด้วยการสร้าง Digital Content กำลังต้องการมาก

  1. สาขาแอนิเมชันและมัลติมีเดีย ใครชอบครีเอทต้องไปเรียน

Animation and Multimedia ใครมีความคิดสร้างสรรค์แสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยในสาขาวิชานี้เราจะเรียนเกี่ยวกับการผลิตสื่อทางมัลติมีเดีย สื่อแอนิเมชัน 2D และ 3D นอกจากนี้เรายังจะเรียนเกี่ยวกับการสร้าง Visual Effect และสื่อสิ่งพิม์ต่างๆ อีกด้วย อาชีพล้ำๆอย่าง นักสร้างแบบจำลอง ศิลปินดิจิทัล นักออกแบบ Special Effect หรือ Visual Effect นักออกแบบคอมพิวเตอร์ นักออกแบบเว็บไซต์ นักออกแบบกราฟิก รอให้คนที่เรียนจบไปสมัครงานเพียบเลย

 

  1.  สาขาวิชาวิศวกรรมนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ สาขาสำหรับคนไอทีที่เป็นนักคิดที่มีไอเดียเจ๋งๆ

Computer Innovation Engineering : CIE  เน้นการเรียนรู้ทั้งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น เทคโนโลยีคลาวด์ Mobile computing Cybersecurity Big data analytics และ Internet of Things ที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรมดิจิทัลในอนาคต  ตลาดงานสำหรับผู้จบสาขานี้ยังไปได้อีกไกล สามารถทำงานได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และทำงานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น วิศวกรระบบคอมพิวเตอร์แบบฝังตัว (Embedded) นักออกแบบผลิตภัณฑ์ นักพัฒนานวัตกรรมด้านไอที วิศวกรรทางด้านระบบ Cloud วิศวกรนวัตกรรม

 

ต้องยอมรับเลยว่าคนไอทีในนาทีนี้เนื้อหอมจริงๆ แต่สำหรับใครที่ไม่ได้เรียนจบด้านไอทีอยากทำงานที่เกี่ยวข้องก็สามารถพัฒนาตัวเองด้วยคอร์สระยะสั้นได้เช่นกัน เพราะหลายองค์ความรู้มีการสอนให้กับผู้ที่สนใจ ถ้าคุณมีความสามารถด้านไอทีก็น่าจะทำให้องค์กรสนใจในตัวคุณมากขึ้น


ตลาดงานของคนจบไอทีแสนสดใส มีงานดีๆอะไรน่าสนใจมาดูกัน

ยุคดิจิทัลคือยุคทองของคนจบไอที โดยแท้ เพราะเป็นสาขาที่ตลาดงานต้องการมากทีเดียว วันนี้อยากนำเสนอถึงสาวิชาของสายงานไอที เป็นไอเดียให้น้องที่กำลังจะเลือกเรียนในสายนี้ได้เห็นแนวทางของการสมัครงานในอนาคต บางทีเราก็ต้องเตรียมความพร้อมของการหางานตั้งแต่ก่อนเลือกสาขาที่จะเรียนจริงไหม มาดูกันเลยว่าถ้าใจรักทาไอทีเลือกเรียนสาขาไหน จบออกมาแล้วจะสมัครงานอะไรได้บ้าง

 

  1. วิทยาการคอมพิวเตอร์สาขาวิชาโดยตรงของสายงานไอที

Computer Scienceเรียนเกี่ยวกับการเขียนโค้ด (Coding) การพัฒนาโปรแกรมด้านคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ในส่วน Network Software และ Hardware เรียนจบมาหางานด้านไอทีได้เกือบทุกงาน ทั้ง โปรแกรมเมอร์ ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล เจ้าหน้าที่เทคนิค หรืองานผู้เชี่ยวชาญระบบคอมพิวเตอร์ นักวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรม

  1. เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้เรียนทั้งไอทีและเอามาประยุกต์กับหลายสิ่ง

Information Technology เป็นสาขาวิชาประยุกต์ที่เรียนการเขียนโปรแกรม การใช้โปรแกรมเบื้องต้น การทำกราฟิก การสร้าง Content สามารถประกอบอาชีพทางด้านไอทีได้คล้ายๆ กับComputer Science โดยสามารถสมัครงานในตำแหน่ง นักวิชาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ นักวิเคราะห์และออกแบบระบบงานด้านสารสนเทศ นักพัฒนาเว็บไซต์

  1. Gamer ที่แท้ทรูก็ต้องเรียน สาขาเกมและสื่ออินเทอร์แอคทีฟ สิจ๊ะ

Game and Interactive Media เป็นสาขาวิชาที่ได้รวมเอาศาสตร์หลายอย่างมารวมกันไว้เป็นที่สนใจของเด็กยุคใหม่เป็นอย่างมากและตลาดงานก็ต้องการตัวสุดๆ เป็นการเรียนโดยเข้าถึงองค์ความรู้ของ วิทยาการคอมพิวเตอร์ นิเทศศาสตร์ ศิลปะ การออกแบบ และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบเกมและมัลติมีเดีย จะเน้นการเรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างภาพเคลื่อนไหวและงานทางด้านกราฟิก โดยจะเป็นการใช้เครื่องมือทั้ง Software และ Hardware ถือว่า ว้าววว มาทีเดียวจ้า  จบมาแล้วก็หางานในตำแหน่ง นักพัฒนาเกม ผู้เชี่ยวชาญเกมเอนจิ้น โปรแกรมเมอร์สำหรับเกม นักออกแบบเกม ได้เลย

  1. สารสนเทศการแพทย์ สาขาใหม่ที่ทำให้ไอทีวิทยาศาสตร์สุขภาพใกล้กันมากขึ้น

Medical Informatics ได้ยินชื่อครั้งแรกอาจแปลกใจแต่ยุคนี้แล้วไอทีก็สามารถไปเกี่ยวข้องได้กับศาสตร์ทุกแขนง นี่เป็นอีกหนึ่งสาขาวิชาที่มีความน่าสนใจ ต้องเรียนรู้ทั้งเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข เพื่อรองรับ การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ด้านการแพทย์ และการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ จบมาแล้วมีตำแหน่งงานดีๆอย่าง นักวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์ นักวิเคราะห์ระบบด้านการแพทย์และโรงพยาบาล นักเวชสถิติ หรือจะระดมทุนทำ Healthtech ในแบบของ startup ก็ยังได้

  1. สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจไอทีที่ไปสนับสนับการทำธุรกิจ

Business Computer มีคนสนใจเข้าศึกษาเรียนมากได้รับความนิยมมานานและตอนนี้ก็ยังนิยมกันอยู่ ในอนาคตก็ยังเป็นที่ต้องการจองตลาด เป็นการนำเอาระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับงานด้านธุรกิจและการจัดการ จบมาแล้วไม่ต้องกลัวตกงาน เพราะมีตำปหน่งงานดีๆอย่าง เจ้าหน้าที่ฝ่ายคอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนด้านซอฟต์แวร์ (Support) เจ้าหน้าที่ฝ่าย E–Learning เจ้าหน้าที่ฝ่ายระบบงานสำนักงาน รออยู่

ไม่หมดเพียงเท่านี้ใน ยังมีสาขาด้านไอทีที่น่าสนใจอีกหลายสาขาที่บอกเลยว่าเนื้อหอมสุดๆแต่ขอเอาไว้เล่าต่อในอีกบทความหนึ่ง อย่าลืมติดตามอ่านกันนะจ๊ะ


รู้จัก LinkedIn อีกหนึ่งช่องทางช่วยให้คุณหางานได้อย่างมือโปร

วันนี้หากพูดถึง LinkedIn เครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับมืออาชีพ  คนไทยเราจะเริ่มคุ้นเคยแล้ว ยิ่งในคนที่ต้องการสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ การเข้าร่วม LinkedIn เป็นการแสดงออกถึงความเป็นมืออาชีพ  โดยสิ่งสำคัญคือคุณกำลังจะขายตัวของคุณให้กับคนในสายอาชีพได้รู้จัก การสมัครงานในตำแหน่งที่สูงขึ้นจะเป็นเรื่องง่าย

การสร้าง Profile ที่มีความน่าสนใจ สามารถดึงดูด ผู้คนให้เข้ามาสนใจได้จะทำให้คุณสามารถเป็นที่รู้จักได้มากขึ้นโอกาสในการสมัครงานที่ดีที่จะยิ่งมากขึ้น  ไม่ว่าคุณจะมีตำแหน่งอะไรไม่ต้องมีตำแหน่งบริหารก็สามารถจะเสนอ Profile ใน  LinkedIn ได้  มาดูกลยุทธ์ในการสื่อสารความเป็นคนให้มีความน่าสนใจกันเถอะ

นำเสนอ Resume อย่างน่าสนใจ  LinkedIn ยังช่วยให้คุณสร้างเครือข่ายขึ้นมาได้การเขียนบอกเล่าประสบการณ์โปรดแนะนำตัวอย่างมืออาชีพ เลือกใช้ภาษาที่น่าดึงดูด และดูเป็นธรรมชาติ การบอกว่าทำอะไรตรงๆมันดูน่าเบื่อแต่ถ้าเพิ่มลีลาการเล่าเรื่องเข้าไปว่าคุณสามารถจัดการวิกฤตต่างๆที่เกิดขึ้นมาได้ด้วยวิธีไหน และคุณมีส่วนร่วมสำคัญในการทำโครงการที่เป็นที่รู้จักนั่นย่อมน่าสนใจกว่า

บ่งบอกถึงความเป็นคุณ ด้วยการระบุข้อความต่อท้ายชื่อของคุณ เช่น  ตำแหน่งและบริษัทที่คุณทำงาน หรือคุณอาจจะใช้ข้อความที่โดดเด่นสะดุดตาและสามารถอธิบายตัวตนของคุณ เพื่อทำให้คุณดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นก็ได้

เล่าถึงตัวคุณอย่างน่าสนใจ และน่าติดตาม โดยใช้ข้อความไม่เกิน 3 บรรทัดให้คนอ่านแล้วรู้สึกศรัทธาและนับถือในความเป็นมืออาชีพของคุณ โฟกัสความถนัด และความสามารถของคุณ  ความรู้เฉพาะทาง

บอกเล่าประสบการณ์ของคุณอย่างกระชับ สิ่งที่บริษัทของคุณทำ และอะไรที่คุณทำอยู่ในบริษัท เพื่อดึงดูด ความสนใจและเน้นให้เห็นหน้าที่ความรับผิดชอบที่ทำว่ามีส่วนสำคัญกับองค์กรอย่างไร เพิ่มความสมบูรณ์ให้กับ Profile ของคุณ ด้วยการใส่สิ่งที่คุณมีความสนใจเป็นพิเศษลงไปโดยอาจจะใส่ Website ที่แสดงถึงความสามารถหรือความสนใจลงไปในส่วนของ My Website

การที่มีคนกดผ่านหน้า Profile ของคุณบ่อย ๆ จะช่วยให้ชื่อของคุณมาอยู่ในอันดับต้น ๆ เมื่อมีคนค้นหา การลงข้อมูลการเป็นสมาชิกของสมาคมการค้า หรือกลุ่มทางสังคมก็น่าสนใจไม่น้อย  นอกจากนี้ถ้าคุณเคยได้รับรางวัล หรือได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน ระบุลงไปได้เลย

คำถามและร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นประจำ ทำให้ความน่าเชื่อถือ และความน่าสนใจในตัวคุณของคุณเพิ่มมากขึ้น เป็นการสร้างทุนทางสังคมกับคนอื่นๆ ในเครือข่าย  รวมทั้งเขียนคำแนะนำเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ให้เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และเจ้านาย เข้ามาช่วยเขียนแนะนำบอกเล่าเกี่ยวกับความสามารถหรือลักษณะนิสัยในการทำงานของคุณ ยิ่งเป็นสิ่งที่ดี มาทดลองใช้ LinkedIn และเรียนรู้การใช้งานเพื่อสร้างความน่าสนใจให้ตัวคุณกันเถอะ เมื่อถึงเวลาที่ต้องการสมัครงานใหม่รับรองว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆเลยทีเดียว


เมื่อ HR ให้คุณถามกลับ โชว์กึ๋นด้วยคำถามอะไรดีนะ

ในกาสัมภาษณ์งานไม่เพียงแต่กรรมการสัมภาษณ์จะเป็นผู้ถามคำถามคุณเท่านั้น คุณในฐานะผู้สมัครงานยังมีสิทธิที่จะถามคำถามกับคณะกรรมกาสัมภาษณ์อีกด้วย โดยที่หาก มียิงคำถามใส่คุณว่า “คุณมีคำถามอะไรจะถามมั้ย” อย่าปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย จงถามกลับด้วยคำถามที่โชว์กึ๋น  ให้เขรู้ว่าคุณคือผู้สมัครงานที่น่าสนใจและเตรียมตัวมาอย่างดี มาลองหยิบเอาคำถามเหล่านี้ไปถามกลับดูบ้าง รับรองว่าจะสร้างความประทับใจให้ผู้สัมภาษณ์ไม่มากก็น้อย

ถามกลับไปว่า  บริษัทมีการจัดฝึกอบรม เพื่อการพัฒนาทักษะความรู้ในการทำงานให้กับคุณด้วยโปรแกรมอะไรบ้าง   มันสะท้อนให้เขาเห็นว่าคุณมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเอง และคุณยังจะได้ทราบถึงนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรขององค์กรด้วย  บางที่องค์กรก็จะมีการให้ทุนไปศึกษาต่อด้วย ตรงนี้คุณจะได้มีการเตรียมตัวเพื่อรับโอกาสดีๆเหล่านี้

ไม่น่าเกลียดที่จะถามว่า คุณจะสามารถทราบผลการสัมภาษณ์งานได้เมื่อไร เป็นคำถามที่กรณีที่ไม่รู้จะถามอะไร และควรปิดการสัมภาษณ์งานด้วยคำถามนี้ โดยสามารถ ถามเกี่ยวกับขั้นตอนในการพิจารณา และระยะเวลาที่เหมาะสมในการติดตามผลเพ่อที่คุณเอวจะได้บริหารเวลาส่วนตัวของคุณด้วย

ถามออกไปให้รู้ว่า คุณจะมีเส้นทางการเจริญก้าวหน้าอย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องต้องห้าม เช่น หากคุณสามารถทำงานได้ตามที่บริษัทคาดหวังคุณจะมีความก้าวหน้าอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ หากดูแล้วว่าตำแหน่งงานของคุณเติบโตยากก็ไม่ผิดที่จะไม่ตัดสินใจร่วมงานกับองค์กรนี้

ถามให้รู้ว่ามีโครงสร้างการบังคับบัญชาอย่างไร เช่น  คุณขึ้นตรงกับใคร ต้องทำงานร่วมกับใครบ้าง คุณต้องรายงานผลการทำงานต่อใครโดยตรง สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นอย่างไร ทีมของคุณมีใครบ้าง องค์กรคาดหวังให้คุณทำอะไร

ถามให้รู้ไปเลยว่าทำงานอย่างไรจึงจะเข้าตา เช่น มี KPI อะไรมาใช้ในการวัดผลการทำงาน  บริษัทมีการประเมินผลการทำงานของพนักงานอย่างไร รอบการประเมินเป็นอย่างไร  หากไม่ผ่านการประเมินมีมาตรการอย่างไร

การสอบถามกลับคืนต้องเป็นไปด้วยท่าทีของการต้องการทราบข้อมูลและเพื่อการแลกเปลี่ยน ถามด้วยคำถามสุภาพ ด้วยท่าทีที่มีความคำรบผู้ร่วมสนมนาอย่าถามด้วยความท้าทาย และจงแสดงให้ผู้สัมภาษณ์งานได้เห็นความมุ่งมั่น และความกระตือรือร้นของคุณที่ต้องการร่วมงานกับบริษัทและอย่าลืมที่จะประมวลคำตอบที่คุณได้รับเพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมที่คุณจะร่วมทำงานกับองค์กรนี้หรือไม้ ถ้าถามดีก็ทำให้คุณเห็นภาพ ชัดเจนยิ่งขึ้น  หากไม่มีคำถามเพิ่มเติมควรกล่าวว่าผู้สัมภาษณ์ได้ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนแล้ว และกล่าวขอบคุณที่เปิดโอกาสให้สอบถาม  อย่าลืมว่าทุกนาทีที่คุณเผชิญหน้ากับผู้สัมภาษณ์คือเวลาที่คุณจะทำคะแนนให้คุณเป็นผู้สมัครงานที่น่าสนใจ


เทคนิคการสัมภาษณ์งานรูปแบบใหม่ ทำยังไงให้ค้นเจอคนที่ใช่ให้องค์กร

ในการสมัครงานนั้นไม่ใช่แค่ฝั่งของผู้สมัครงานเท่านั้นที่ต้องเตรียมตัวผู้ที่เป็นกรรมการการสัมภาษณ์ก็ต้องเตรียมตัวเพื่อที่จะคัดผู้สมัครที่ตรงกับความต้องการขอองค์กร   เดิมทีเมื่อมีการสมัครงานเข้ามา มักใช้รูปแบบการสัมภาษณ์งานแบบดั้งเดิม คือสัมภาษณ์กัน 1 ต่อ 1 หรือที่เรียกว่า The Traditional One-on-One Interviewคือผู้สัมภาษณ์ 1 คน และผู้ถูกสัมภาษณ์ 1 คน ซึ่งโดยปกติแล้วจะผู้จัดการฝ่ายบุคคลเป็นผู้สัมภาษณ์ เพื่อพิจารณาแง่มุม ความคิด ไหวพริบ และบุคลิกภาพ  แต่ปัจจุบันนั้นการคัดเลือกผู้สมัครงานใช้วิธีนี้ไม่เพียงพอแล้ว เทคนิคการสัมภาษณ์งานจึงมีการพัฒนาขึ้นมาก มาดูสิว่ามีอะไรบ้าง

The Group Interview หรือ การสัมภาษณ์งานแบบกลุ่มเป็นการสัมภาษณ์ผู้หางานหลาย ๆ คนในเวลาเดียวกัน ใช้ได้ดีในการจัดหาทีมงานแผนกการตลาด เพราะทำให้เห็นว่าผู้หางานแต่ละคนทำงานร่วมกันได้หรือไม่ คำถามที่มักถาม เช่น ให้บอกคำจำกัดความสำหรับตัวคุณ ที่ไม่ซ้ำกับคนในกลุ่ม หรือ หากเราให้คุณทุกคนทำงานในทีมเดียวกันคุณจะมีหน้าที่ทำอะไรในทีม   ต้องสามารถดึง Team spirit และความกระตือรือร้นความ มีไหวพริบ การแก้ไขสถานการณ์เฉพาะของผู้ถูกสัมภาษณ์ออกมาให้

The Phone Interview การสัมภาษณ์งานทางโทรศัพท์ เป็นการคัดสรรผู้หางานเบื้องต้น ผู้สมัภาษณ์จะรู้ว่าผู้ถูกสัมภาษณ์มีความกระตือรือร้นในการตอบหรือไม่จากน้ำเสียง จะเห็นความมีไหวพริบ และการควบคุมอารมณ์ และสถานการณ์แนะนำว่าให้โทรไปสัมภาษณ์ในเวลา 9.00 จะรู้ว่าผู้ตอบมีการเตรียมตัวพร้อมสำหรับการทำงานแล้วหรือยังบางคนอาจจะยังไม่ตื่นคุณจะรู้ถึงบุคลิกของเขาด้วย

The Video Interview อาศัยเทคโนโลยี ในการสัมภาษณ์งาน เหมือนการสัมภาษณ์งานตัวต่อตัว ในบรรยากาศที่ไม่เป็นทางการมาก อาจสอบถาม สไตล์การทำงานของคุณเป็นแบบไหนคุณมีวิธีจัดการกับความกดดันในงานอย่างไร ใครคือต้นแบบในการทำงานของคุณ

The Case Interview ให้การบ้านไปคิดต่อ เป็นการสัมภาษณ์งานแบบพิเศษ เพื่อดูวิธีการวิเคราะห์ปัญหา ตลอดจนทักษะแก้ไขปัญหาของผู้หางานภายใต้ความกดดันมักใช้ในตำแหน่งที่ต้องการคนที่มีความสามารถในการวิเคราะห์สูงและเกี่ยวกับการกำหนดกลยุทธ์องค์กร   อาจให้โจทย์ว่าองค์กรต้องการเพิ่มยอดขาย 20 % คุณจะสร้างแผนการดำเนินงานอย่างไร การสัมภาษณ์งานประเภทนี้ไม่มีคำตอบใดที่ถูกต้อง หรือผิดอย่างชัดเจน แต่จะพิจารณาว่าการนำเสนอนั้นสมเหตุผลไหมและน่าเชื่อถือหรือไม่

The Stress Interview การสร้างความกดดันระหว่างสัมภาษณ์ สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากทราบ คือปฏิกิริยาของผู้หางานที่มีต่อสถานการณ์ตรงหน้า การควบคุมตัวเอง และการคุมสติ การแสดงวิธีคิดในการแก้ปัญหาอาจสัมภาษณ์ผู้ที่เป็นผู้สมัครที่ดีที่สุด 2 คนพร้อมกันเพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเข้มข้นโดยมีผู้สัมภาษณ์เป็นคณะ


แต่งตัวให้โดนใจตั้งแต่วันไปสัมภาษณ์งาน แบบนี้สิได้ใจไปกว่าครึ่ง

ในการสัมภาษณ์งานไม่เพียงแต่กรรมการสัมภาษณ์จะเป็นผู้ถามคำถามคุณเท่านั้น คุณในฐานะผู้สมัครงานยังมีสิทธิที่จะถามคำถามกับคณะกรรมกาสัมภาษณ์อีกด้วย โดยที่หาก มียิงคำถามใส่คุณว่า “คุณมีคำถามอะไรจะถามมั้ย” อย่าปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย จงถามกลับด้วยคำถามที่โชว์กึ๋น  ให้เขรู้ว่าคุณคือผู้สมัครงานที่น่าสนใจและเตรียมตัวมาอย่างดี มาลองหยิบเอาคำถามเหล่านี้ไปถามกลับดูบ้าง รับรองว่าจะสร้างความประทับใจให้ผู้สัมภาษณ์ไม่มากก็น้อย

ถามกลับไปว่า  บริษัทมีการจัดฝึกอบรม เพื่อการพัฒนาทักษะความรู้ในการทำงานให้กับคุณด้วยโปรแกรมอะไรบ้าง   มันสะท้อนให้เขาเห็นว่าคุณมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเอง และคุณยังจะได้ทราบถึงนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรขององค์กรด้วย  บางที่องค์กรก็จะมีการให้ทุนไปศึกษาต่อด้วย ตรงนี้คุณจะได้มีการเตรียมตัวเพื่อรับโอกาสดีๆเหล่านี้

ไม่น่าเกลียดที่จะถามว่า คุณจะสามารถทราบผลการสัมภาษณ์งานได้เมื่อไร เป็นคำถามที่กรณีที่ไม่รู้จะถามอะไร และควรปิดการสัมภาษณ์งานด้วยคำถามนี้ โดยสามารถ ถามเกี่ยวกับขั้นตอนในการพิจารณา และระยะเวลาที่เหมาะสมในการติดตามผลเพ่อที่คุณเอวจะได้บริหารเวลาส่วนตัวของคุณด้วย

ถามออกไปให้รู้ว่า คุณจะมีเส้นทางการเจริญก้าวหน้าอย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องต้องห้าม เช่น หากคุณสามารถทำงานได้ตามที่บริษัทคาดหวังคุณจะมีความก้าวหน้าอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ หากดูแล้วว่าตำแหน่งงานของคุณเติบโตยากก็ไม่ผิดที่จะไม่ตัดสินใจร่วมงานกับองค์กรนี้

ถามให้รู้ว่ามีโครงสร้างการบังคับบัญชาอย่างไร เช่น  คุณขึ้นตรงกับใคร ต้องทำงานร่วมกับใครบ้าง คุณต้องรายงานผลการทำงานต่อใครโดยตรง สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นอย่างไร ทีมของคุณมีใครบ้าง องค์กรคาดหวังให้คุณทำอะไร

ถามให้รู้ไปเลยว่าทำงานอย่างไรจึงจะเข้าตา เช่น มี KPI อะไรมาใช้ในการวัดผลการทำงาน  บริษัทมีการประเมินผลการทำงานของพนักงานอย่างไร รอบการประเมินเป็นอย่างไร  หากไม่ผ่านการประเมินมีมาตรการอย่างไร

การสอบถามกลับคืนต้องเป็นไปด้วยท่าทีของการต้องการทราบข้อมูลและเพื่อการแลกเปลี่ยน ถามด้วยคำถามสุภาพ ด้วยท่าทีที่มีความคำรบผู้ร่วมสนมนาอย่าถามด้วยความท้าทาย และจงแสดงให้ผู้สัมภาษณ์งานได้เห็นความมุ่งมั่น และความกระตือรือร้นของคุณที่ต้องการร่วมงานกับบริษัทและอย่าลืมที่จะประมวลคำตอบที่คุณได้รับเพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมที่คุณจะร่วมทำงานกับองค์กรนี้หรือไม้ ถ้าถามดีก็ทำให้คุณเห็นภาพ ชัดเจนยิ่งขึ้น  หากไม่มีคำถามเพิ่มเติมควรกล่าวว่าผู้สัมภาษณ์ได้ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนแล้ว และกล่าวขอบคุณที่เปิดโอกาสให้สอบถาม  อย่าลืมว่าทุกนาทีที่คุณเผชิญหน้ากับผู้สัมภาษณ์คือเวลาที่คุณจะทำคะแนนให้คุณเป็นผู้สมัครงานที่น่าสนใจ