เรียนจบการเงินมา ทำงานอะไรได้บ้าง

 

เคยเจอคำพูดนี้ไหม  “ทำไมไม่เรียนบัญชี  เรียนการเงินโอกาสหางานทำยากนะ”  หรือ “โอ้ยไม่มีใครเขาจ้างคนจบการเงินหรอกมันไม่คุ้ม”   ได้ยินแล้วปี๊ดแตกไหม เด็ก Finance ทั้งหลาย  ถ้ารู้สึกไม่ดีก็เก็บไว้นะอย่าไปสนใจ เพราะเส้นทางการทำงานของคนที่จบการเงินมานั้นก็ใช่ว่าจะดูไม่สดใส เพราะคุณสมารถสมัครงานเพื่อเข้าทำงานได้หลากหลายสายงาน และมีโอกาสเติบโตเช่นเดียวกัน  ว่าแล้วมาดูกันเลยว่า มีสายงานอะไรที่อ่าแขนรับเด็ก Finance บ้าง

สำหรับผู้ที่จบการศึกษาทางด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็น บริหารธุรกิจบัณฑิต (การเงิน) หรือ เศรษฐศาสตรบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์การเงิน) สิ่งแรกที่คิดกันคือการมองหางานธนาคาร(Banking)  ใช่ไหม ซึ่งแน่นอนว่านั่นเป็นเป้าหมายหลัง แต่ก็ยังมีสายงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วยนะ  เพราะคุณสามารถสมัครงาน เพื่อเข้าไปทำงานใน สายงานด้านหลักทรัพย์และวาณิชธนกิจ (Securities and Investment Banking) งานการเงินของบริษัท (Corporate Finance) และงานจัดการลงทุน (Fund Management) สำหรับสายงานต่างๆนั้น มีลักษณะการทำงานอย่างไรก็ตามมาดูกันเลย

เริ่มกันที่ งานธนาคาร (Banking) เน้นหน้าที่หลักคือปล่อยสินเชื่อ การวิเคราะห์เครดิต การวิเคราะห์ธุรกิจและโครงการ รวมถึงการจัดวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมกับธุรกิจของลูกค้า หรืออาจเน้นทางด้านการบริหารเงิน ทั้งสกุลเงินบาทและสกุลต่างประเทศ การเป็นดีลเลอร์ เทรดเดอร์ เหมาะกับคนที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และตัดสินใจจากข้อมูลได้เร็วและดี

ด้านงานหลักทรัพย์และวาณิชธนกิจ นั้นส่วนใหญ่ แล้วคนที่จบ Finance จะเข้าไปทำหน้าที่ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Securities Analyst) และเป็นวาณิชธนากร หรือที่เรียกว่า Investment Banker (IB) ให้คำแนะนำแก่ลูกค้าในการจัดโครงสร้างทางการเงิน หรือทำหน้าที่ด้าน Corporate Finance สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความต้องการทางการเงินหลากหลาย รวมทั้งให้คำปรึกษาในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และนำหุ้นออกเสนอขายให้กับประชาชน (IPO) โดยจะช่วยทำเอกสาร ช่วยประเมินมูลค่าหุ้น ช่วยนำเสนอต่อผู้ลงทุน และอาจจะช่วยดูแลหุ้นหลังจากเข้าไปทำการซื้อขายในตลาดแล้วสักระยะหนึ่ง และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการและการควบรวมกิจการอีกด้วย

หากไม่ชอบงานด้านการเงินในสถาบันการเงินก็ต้องนี่เลย เข้าไปสู่การทำงานองค์กร (Corporate Finance) ตำแหน่งสุดของสายงานนี้คือ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารทางการเงิน (Chief Financial Officer) หรือ CFO  คนที่จบ Financial  เมื่อเข้าไปทำงานการเงินใจองค์กร จะมีทำหน้าที่จัดหาเงินมาใช้ในการดำเนินกิจการอาทิ ใช้ส่วนของทุน (Equity) ใช้เงินกู้ยืม (Debt) ใช้เครดิตทางการค้า (Supplier’s Credit) ใช้ตราสาร เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพ ก็เป็นตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) ก็เป็นอนุพันธ์ของตราสารทุน เป็นต้น นอกจากการจัดหาเงินแล้วก็ต้องดูแลการใช้เงิน และจ่ายเงิน เช่น การซื้อวัตถุดิบ การควบคุมจำนวนสินค้าระหว่างผลิต การควบคุมลูกหนี้การค้าในกรณีที่มีการให้เทอมเครดิตกับผู้ซื้อ และการจัดเก็บหนี้ให้มีประสิทธิภาพ

 


งานธนาคาร ยุคใหม่ที่มากกว่า ฝาก ถอน ปล่อยสินเชื่อ

 

เมื่อเอ่ยถึงงานธนาคาร ภาพเดิมของพนักงานธนาคารคือการให้บริการ รับฝาก-ถอน หรือเปิดบัญชีเพียงอย่างเดียว หากจะคิดอีกภาพหนึ่งขึ้นมาก็คือในเรื่องของการปล่อยสินเชื่อ ปัจจุบันธนาคารแต่ละแห่งจะมีธุรกิจหลัก ๆ ที่ให้บริการอยู่หลายด้าน ดังนั้นตำแหน่งงานธนาคาร จึงแบ่งออกเป็นหลายประเภท ตามลักษณะการให้บริการของธนาคาร อาทิ งานบริการด้านการเงิน งานบริการลูกค้า งานบริการด้านบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ งานบริการรับฝากเงิน งานบริการด้านการบริหารสินทรัพย์ งานสินเชื่อพาณิชย์ งานบริการบริหารเงินสด งานการบริการเงินทุน งานบริการด้านหลักทรัพย์ และงานบริการด้านเงินกู้สำหรับธุรกิจ  ลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับงานธนาคาร  นั้นมีหลากหลาย  รวมไปถึง  การแสวงหาลูกค้าสำหรับลงทุน ทั้งการทำประกันภัย ประกันชีวิต    ตลอดจน ให้ความรู้เกี่ยวกับการเงิน การลงทุน วางแผนและวิเคราะห์ทางการเงินการบริหารเงินทุน  การรับผิดชอบจัดทำรายการประจำวันของธุรกรรมทางการเงิน  ติดต่อประสานงานทางด้านข้อมูลการรับ-จ่ายเงินกับคู่ค้า  ควบคุมและติดตามบัญชีลูกหนี้

ยิ่งในยุคดิจิทัลแล้วงานธนาคารยังมีอีกหลายตำแหน่งที่มีขึ้นเพื่อทำให้การบริการของธนาคารเป็นเลิศอาจเป็นงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทองเลยก็ได้  อาทิ ฝ่ายบริการลูกค้า  ฝ่ายดูแลภาพลักษณ์องค์กร ส่วนงานที่ทำงานมวลชนสัมพันธ์ ส่วนงานพัฒนาธุรกิจ

ตำแหน่งงานธนาคารที่เกี่ยงข้องกับกิจการด้านการเงิน เปิดรับสมัครผู้เรียนจบมาจากหลากหลายสาขา เพราะโอกาสที่จะได้งานธนาคารนั้นค่อนข้างกว้าง หากทำงานด้านการเงิน ผู้ที่เรียนจบมาจากคณะบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาการเงิน) หรือ เศรษฐศาสตรบัณฑิต (สาขาเศรษฐศาสตร์การเงิน) ก็มีโอกาสที่จะได้งานนี้ หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการธนาคาร เช่น คณะบริหารธุรกิจ (สาขาการเงิน และการธนาคาร) คณะวิทยาการจัดการ (สาขาการเงิน และการธนาคาร) คณะเศรษฐศาสตร์ (สาขาการเงิน และการธนาคาร)

แต่สำหรับผู้ที่จบมาไม่ตรงสาขาหากต้องการสมัครงานธนาคารในตำแหน่งที่เกี่ยวกับกิจการการเงินอะไร หากคิดว่าตนเองมีคุณสมบัติตรงกับที่นายจ้างต้องการ ก็สามารถสมัครงานธนาคารได้ เพียงแต่เราต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจสมัครงาน โดยดูว่าเรามีงานที่ตรงกับความต้องการในตำแหน่งงานเหล่านั้นหรือไม่  ส่วนสายงานบริการ นั้น มักเปิดกว้างรับผู้จบการศึกษาหลากหลายสาขาไม่จำกัดว่าเป็นสายวิทย์หรือศิลป์

สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครงานธนาคาร  โดยทั่วไปแล้ว ต้องเป็นคนที่มีบุคลิกภาพดีน่าเชื่อถือ   มีใจรักในงานบริการ   สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้  มีความขยัน และอดทน มีความสามารถด้านการสื่อสาร  การอธิบาย การให้ข้อมูล  และที่สำคัญมากๆคือ ต้องมีความละเอียดรอบคอบในการจัดการข้อมูล

หากคุณกำลังหางานและมีคุณสมบัติตรงตามที่กล่าวมา งานธนาคาร เป็นอีกหนึ่งทางเลือก และเป็นงานที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้ในหลายๆทักษะไม่ว่าจะความรอบครอบ การเข้าสังคม การจัดการปัญหาเฉพาะหน้า หากเตรียมตัวดีแล้วก็ส่งใบสมัครไปได้เลย


ทำไมเด็กจบใหม่ถึงหางานยาก เรื่องนี้มีเหตุผล

เด็กจบใหม่ ก็ยากหน่อยนะที่จะหางานทำ ความคิดแบบนี้มีมากันทุกยุคสมัย แน่นอนว่าองค์กรย่อมอยากได้คนพร้อมใช้งานมากกว่าคนที่ต้องลงทุนในการฝึกฝน แต่มันก็ไม่ทั้งหมดไม่อย่างนั้นแล้ว คนเราจะหางานทำได้ยังไงถ้าองค์กรไม่รับเด็กจบใหม่ คิดดีๆสิ พี่เก่าๆที่อยู่ในองค์กรก็เคยเป็นเด็กจบใหม่ทั้งนั้น นั่นก็น่าจะทำให้เรารู้แล้วใช่ไหมว่าไม่ใช่เด็กจบใหม่ทุกคนจะถูกปฏิเสธ มันต้องมีเหตุผลในการปฏิเสธเด็กจบใหม่เข้าทำงานจริงไหม เหตุผลที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง เรามาดูกัน และบอกเลยว่าถ้าคุณคือเด็กจบใหม่ที่กำลังหางานทำ หากจัดการแก้ไขปิดช่องของสาเหตุเหล่านี้ได้โอกาสหางานได้ย่อมมีสูงแน่นอน
1. เหตุผลยอดนิยม ไม่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อน นักศึกษาจบใหม่หลายคนใช้เวลาช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยไปกับการเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียว และใช้เวลาว่างไปกับการเที่ยวเล่น บริษัทมักจะต้องการคนที่เคยมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน ซึ่งหากเราไม่มีประสบการณ์การทำงานเลย ก็อาจเป็นเรื่องยากที่จะได้งาน ดังนั้น การทำงาน Part-Time หรือฝึกงานในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
2. หนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ได้งานก็คือ ขาดทักษะหรือความสามารถที่เพียงพอและเหมาะสมกับตำแหน่งที่สมัครไป รวมถึงไม่มีอะไรที่โดดเด่นแตกต่างจากคนอื่น ๆ ควรระบุคุณสมบัติที่โดดเด่นของตัวเอง ลงไปไปในเรซูเม่ และควรมีทักษะสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ว่าอาชีพหรือคนทำงานในตำแหน่งใดก็ตามควรจะมีก็คือทักษะการเข้าสังคม และการสื่อสาร
3. เรซูเม่และจดหมายสมัครงานเป็นสิ่งแรกที่จะทำให้บริษัทได้รู้จักกับผู้สมัครและเป็นตัวตัดสินว่าจะเรียกไปสัมภาษณ์งานหรือไม่ หากเรซูเม่และจดหมายสมัครงานไม่น่าสนใจ ก็คงพลาดโอกาสในการได้งาน จึงควรศึกษาวิธีการเขียนจดหมายสมัครงานที่มีประสิทธิภาพ และสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการเขียนเรซูเม่ให้ดีแล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะสม
4. ขาดทักษะในการสัมภาษณ์งาน หากไม่มีการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะไปสัมภาษณ์งาน เช่น ไม่ศึกษาข้อมูลองค์กร ไม่ศึกษาเส้นทางการเดินทาง และไม่ฝึกตอบคำถามสัมภาษณ์งาน ก็ทำให้เสียโอกาสดีๆไปเลย สิ่งที่ควรทำคือการซ้อมสัมภาษณ์งานในสถานการณ์จำลอง และศึกษาเทคนิคการตอบคำถามซึ่งมีผู้แนะนำไว้มากมาย
5. ไม่ได้งานเพราะเกิดจากการละเลยการเข้าสังคม ขาดความสัมพันธ์กับคนรอบตัว เช่น รุ่นพี่ในสถาบันการศึกษา หรือ กับหน่วยงานที่ไปฝึกงาน บางครั้งความสัมพันธ์ในลักษณะนี้นำมาพิจารณาการรับคนเข้าทำงานได้ ในกรณีที่ต้องการคนที่สามารถมาอยู่ในทีมได้การเลือกคนที่รู้จักในระดับหนึ่งเข้ามาทำงานย่อมดีกว่าการเลือกคนที่องค์กรไม่รู้จักเลย


เด็กจบใหม่ ฟังทางนี้ สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนไปสมัครงาน มีอะไรบ้าง

 

หลายคนที่เมื่อจบการศึกษามาแล้ว เกิดภาวะเคว้งคว้าง เมื่อต้องเข้าสู่ช่วงเวลาของการหางานทำ นั่นเพราะยังขาดการเตรียมตัวที่ดี สถานศึกษาหลายแห่งมีการอบรมสำหรับว่าที่บัณฑิตว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง แต่เราก็ยังเจอว่าเด็กจบใหม่หลายคนเมื่อต้องหางานทำกลับอยู่ในภาวะสุญญากาศ คือ ไม่รู้จะเริ่มยังไง ไม่รู้ต้องทะไร วันนี้เรามาทบมวนกันดีกว่าว่าเมื่อคุณกำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน ต้องหางานทำ ก่อนไปสมัครงานคุณต้องเตรียมอะไรบ้าง

  1. มองหางาน เข้าไปที่ เว็บไซด์หางาน หรือ เว็บไซต์สมัครงาน โดยค้นหาจากคำว่า สมัครงาน หรือ หางาน จะพบผู้ให้บริการจำนวนมาก เลือกใช้บริการได้มากกว่า 1 เว็บไซต์ ทั้งนี้ต้องดูความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการด้วย บริการส่วนใหญ่มักไม่มีค่าใช้จ่าย คุณจะสามารถหาตำแหน่งงานว่าง และ ฝากประวัติสมัครงานไว้ได้ หรือ แม้แต่ สื่อออนไลน์หรือสังคมออนไลน์ ก็กลายเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญในการหางาน  โดยทั่วไปแล้วบริษัทนานาชาติมักจะมี facebook, twitter หรือ linkedin
  2. ประเมินตนเอง ว่าชอบงานแบบไหน ทำงานลักษณะใดได้ดี วางแผรอนาคตว่าอีก 3 ปี จะมีชีวิตแบบไหนลองมองหางานที่ตรงกับความต้องการและความสามารถ จัดทำรายการงานที่สนใจออกมาอย่างน้อย 5 ตำแหน่งงานหรือ 5 สายงาน หาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องการเตรียมตัว
  3. เตรียม CV หรือใบเขียนประวัติโดยย่อ ลองหารูปแบบที่ดีๆในอินเตอร์เนต เพื่อเอกสารของคุณจะได้ดูเป็นทางการและมีความเป็นมืออาชีพ แนะนำว่าพยายามครีเอทรูปแบบการนำเสนอให้มีความโดดเด่น สำหรับคนที่ไม่เคยทำงานมาก่อน ให้คุณเขียนเน้นทักษะที่คุณได้รับจากประสบการณ์ต่างๆ และประสบการณ์เหล่านั้นจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทอย่างไร  นอกจากนี้ต้องเช็คหลักภาษาและคำถูกผิดในเอกสารด้วย
  4. ฝึกฝนทักษะที่จำเป็น อาทิ การเขียนและพูดภาษาอังกฤษ  รวมถึงภาษาต่างประเทศอื่นๆ เป็นทักษะที่จำเป็นในการเข้ารับการสัมภาษณ์  ทักษะอื่นๆ อาทิ การใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับงาน อย่างน้อยคือ คอมพิวเตอร์  ทักษะการสื่อสาร ทักษะการปรับตัวในสถานการณ์ต่างๆ
  5. เตรียมพร้อมในการรับมือการสัมภาษณ์ หลักการในการสัมภาษณ์คือแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในบริษัทนั้นๆ เพื่อให้เขาเห็นว่าคุณมีความตั้งใจและสามารถทำงานได้อย่างดีถ้าได้รับคัดเลือก   และนายจ้างส่วนใหญ่มักจะจบการสัมภาษณ์ด้วยการถามคำถามว่าคุณอยากจะถามอะไรเขาหรือไม่  คุณควรเตรียมคำถามไว้หนึ่งหรือสองคำถาม
  6. เรียนรู้เรื่องกาลเทศะให้ดี ทั้งในเรื่องการแต่งกายให้เหมาะกับงานที่ไปสมัคร รวมถึงวัฒนธรรมขององค์กรที่ไปสมัครงาน อาทิ หากไปสมัครงานบริษัทญี่ปุ่นการแต่งกายต้องสุภาพ เรียบร้อย มารยาทในการเข้าสู่ห้องสัมภาษณ์ต้องทำอย่างไร ต้องศึกษาให้รู้ หากไปสมัครงานในองค์กรที่ไม่ค่อยเน้นเรื่องความเป็นทางการก็ควรรู้จักแต่งกายให้ดูมีชีวิตชีวา

 

 

 

 

 

 


อาชีพสร้างเงินล้านในยุคดิจิทัล เนื้อหอมชนิดที่องค์กรไหนก็อยากได้ตัว

 

โลกการทำงานยุคดิจิทัล เกิดอาชีพใหม่ๆขึ้นมากมายแล้วอาชีพเหล่านี้ยังเปิดโอกาสให้คนหางานที่ไม่ได้จบมาตรงสายสามารถสมัครเข้าทำงานได้ด้วยเพราะหลากตำแหน่งงานสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้เมื่อได้เข้าไปทำงานแล้ว วันนี้เราอยากนำเสนอ อาชีพสร้างเงินล้านในยุคดิจิทัล คิดว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนหางานทุกคน  เรามาดูกันเลยดีกว่ามีอาชีพอะไรบ้าง

  1. Website Designer ร้านค้าหรือองค์กรไหนจำเป็นต้องเว็บไซต์หรือ Application สำหรับเป็นช่องทางนำเสนอสินค้าและบริการรวมทั้งใช้เป็นช่องทางการสื่อสารกับลูกค้า การสร้างเว็บไซต์ หรือ Application นอกจากจะเน้นความสวยงามแล้ว การนำเสนอ ความน่าสนใจ ความสะดวก รวมทั้งการเพิ่มประสบการณ์ที่แปลกใหม่ในเว็บไซต์สำหรับลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมก็เป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรร้านค้าต่างๆ ดังนั้น อาชีพ “Website Designer   หรือ นักออกแบบเว็บไซต์” จึงสำคัญและเป็นที่ต้องการมาก
  2. Mobile Application Developer “นักพัฒนาเเอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน” อาชีพนี้เติบโตขึ้นมากในช่วง 2-3 ปีทีผ่านมานี้ตามการการปรับเปลี่ยนธุรกิจมาสู่โลกดิจิทัลที่รองรับพฤติกรรมผู้คนอย่างเต็มรูปแบบ จึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ค่าตอบแทนสูงและถูกแย่งชิงตัวมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
  3. Digital Designer “นักออกแบบดิจิทัล” คือ คนที่สามารถออกแบบทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้สามารถนำไปวางและใช้สื่อสารบนโลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิผล เช่น แถบโฆษณาบนเว็บไซต์ (Website Banner) สื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แบรนด์สินค้า (Digital Ads) รวมถึงการออกแบบสื่อออนไลน์ทุกประเภทเพื่อทำให้ลูกค้าหรือผู้เข้าชมเว็บไซต์เกิดความประทับใจ
  4. Digital Copywriter “นักเขียนสำหรับสื่อออนไลน์” ข้อมูลบน Digital Platform มีมากมายมหาศาลการที่จะทำให้สิ่งที่เรานำเสนอน่าสนใจต้องใช้คำที่เหมาะสมและมีประสิทธิผลบนเว็บไซต์หรือภาพโฆษณาบนสื่อออนไลน์ ต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้คนบนโลกออกไลน์โดยคนที่จะทำหน้าที่นี้คือนักเขียนสื่อออนไลน์นั้นเอง
  5. Marketing Analyst “นักวิเคราะห์ทางการตลาด” ที่เป็นมากกว่านักการตลาดแต่เป็น Keyman สำคัญที่จะทำให้ธุรกิจนั้นๆ เพระทำหน้าที่วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง เพื่อนำมาทำกลยุทธที่สามารถแย่งชิงความได้เปรียบและส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  6. Digital Marketer “นักการตลาดดิจิทัล” เป็นอาชีพที่เนื้อหอมมากเพราๆเป็น ผู้มีทักษะที่เรียกว่า All in One เป็นและทำได้ทุกอย่างในงานสายการตลาดและดิจิทัล ทั้ง Social Media / Search Engine Marketing / Email Marketing / การเลือกใช้สื่อออนไลน์ที่เหมาะสม / การวางเเผนงบการตลาด / การวางแผนจัดการงานด้าน Creative และแม้แต่ด้าน Content หากสามารถเข้าไปทำงานในตำแหน่งงานนี้ได้ ค่าตอบแทนงามๆจะตามมาแน่นอน

สำหรับใครที่กำลังหางานอยู่แล้วตรวจสอบแล้วมีความสนใจและมีความสามารถในตำแหน่งงานที่ว่ามาก็ลองสมัครงานในตำแหน่งนั้นดูก็ไม่เสียหายอาจพออาชีพที่ชอบและรายได้ที่น่าพอใจ

 

 


ตลาดงานของคนจบเทคโนโลยีสารสนเทศแสนผ่องใส มีงานดีๆอะไรน่าดึงดูดมาดูกัน

สมัยดิจิทัลเป็นยุคทองของคนจบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยแท้จริง เนื่องจากว่าเป็นสาขาที่ตลาดงานอยากได้มากมายทีเดียว วันนี้ต้องการพรีเซ็นท์ถึงสาวิชาของสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นไอเดียให้น้องที่กำลังจะเลือกเรียนในสายนี้ได้มองเห็นทางของการสมัครเข้าทำงานงานในอนาคต บางครั้งบางคราวพวกเราก็จำต้องเตรียมตัวของการหางานตั้งแต่ก่อนเลือกสาขาที่จะเรียนจริงไหม มาดูกันเลยว่าถ้าเกิดใจรักทาเทคโนโลยีสารสนเทศเลือกเรียนสาขาไหน จบออกมาแล้วจะสมัครงานอะไรได้บ้าง 1. วิทยาการคอมพิวเตอร์สาขาวิชาโดยตรงของสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ Computer Scienceเรียนเกี่ยวกับการเขียนรหัส (Coding) การพัฒนาโปรแกรมด้านคอมพิวเตอร์ และก็เครื่องไม้เครื่องมือในส่วน Network Software รวมทั้ง Hardware จบมาหางานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้ดูเหมือนจะทุกงาน อีกทั้ง นักเขียนโปรแกรม ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล ข้าราชการแนวทาง หรืองานผู้ที่มีความชำนาญระบบคอมพิวเตอร์ นักวิเคราะห์แล้วก็พัฒนาโปรแกรม 2. ไอที ได้เรียนทั้งยังเทคโนโลยีสารสนเทศและก็เอามาปรับใช้กับหลายสิ่ง Information Technology เป็นสาขาวิชาปรับใช้ที่เรียนการเขียนโปรแกรม การใช้โปรแกรมพื้นฐาน วิธีการทำกราฟิก การผลิต Content สามารถดำรงชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้คล้ายกับComputer Science โดยสามารถสมัครงานในตำแหน่ง นักวิชาการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ นักวิเคราะห์และก็ดีไซน์ระบบงานด้านสารสนเทศ นักทำเว็บไซต์ 3. Gamer ที่จริงทรูก็จะต้องเรียน สาขาเกมแล้วก็สื่ออินเทอร์แอคคราวฟ สิจ๊ะ Game and Interactive Media เป็นสาขาวิชา เปลี่ยนงานใหม่ ที่ได้รวมเอาศาสตร์หลายชนิดมารวมกันไว้เป็นที่พึงพอใจของเด็กยุคสมัยใหม่เป็นอันมากและก็ตลาดงานก็อยากได้ตัวสุดๆเป็นการเรียนโดยเข้าถึงองค์วิชาความรู้ของ วิทยาการคอมพิวเตอร์ นิเทศศาสตร์ ศิลป์ การออกแบบ แล้วก็สถาปัตย์ มาปรับใช้ในการพัฒนาระบบเกมรวมทั้งมัลติมีเดีย จะย้ำการเล่าเรียนเกี่ยวกับการผลิตภาพเคลื่อนไหวและก็งานทางด้านกราฟิก โดยจะได้แก่การใช้วัสดุทั้งยัง Software และก็Hardware นับว่า ว้าววว มาทีเดียวแรง จบมารวมทั้งหางานในตำแหน่ง นักปรับปรุงเกม ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเกมเอนจิ้น นักเขียนโปรแกรมสำหรับเกม ดีไซน์เนอร์เกม ได้เลย 4. สารสนเทศการแพทย์ สาขาใหม่ที่ทำให้เทคโนโลยีสารสนเทศวิทยาศาสตร์สุขภาพใกล้กันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ Medical Informatics ได้ยินชื่อทีแรกบางทีอาจสนเท่ห์ใจแต่ว่ายุคนี้แล้วเทคโนโลยีสารสนเทศก็สามารถไปเกี่ยวเนื่องได้กับศาสตร์ทุกกิ่งก้านสาขา นี่เป็นอีกหนึ่งสาขาวิชาที่มีความน่าดึงดูดใจ จำเป็นต้องศึกษาอีกทั้งเทคโนโลยี และก็วิทยาศาสตร์การแพทย์รวมทั้งสาธารณสุข เพื่อรองรับ การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ทางการแพทย์ และก็การวิเคราะห์ข้อมูลทางด้านการแพทย์ จบมาแล้วมีตำแหน่งงานดีๆอย่าง นักวิเคราะห์รูปทางด้านการแพทย์ นักวิเคราะห์ระบบทางการแพทย์แล้วก็โรงหมอ นักเวชสถิติ หรือจะระดมทุนทำ Healthtech ในแบบของ startup ก็ยังได้ 5. สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศที่ไปสนับสนับการทำธุรกิจ Business Computer มีคนพอใจเข้าเล่าเรียนเรียนมากมายเป็นที่นิยมมานานรวมทั้งช่วงนี้ก็ยังนิยมกันอยู่ ในอนาคตก็ยังเป็นที่เรียกร้องจองตลาด เป็นการนำเอาระบบสารสนเทศแล้วก็เทคโนโลยีมาดัดแปลงกับงานด้านธุรกิจแล้วก็การจัดการ จบมาแล้วไม่ต้องกลัวว่างงานเนื่องจากมีตำปหน่งงานดีๆอย่าง ข้าราชการข้างคอมพิวเตอร์ ข้าราชการฝ่ายสนับสนุนด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Support) ข้าราชการข้าง E–Learning ข้าราชการข้างระบบงานที่ทำการ รออยู่ ไม่หมดเพียงเท่านี้ใน ยังมีสาขาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่น่าดึงดูดอีกหลายสาขาที่บอกเลยว่าเนื้อหอมสุดๆแต่ว่าขอเอาไว้เล่าต่อในอีกบทความหนึ่ง อย่าลืมติดตามอ่านกันนะจ๊ะ


เด็กฝึกงาน อย่าพลาดคว้าช่องทางได้งาน จากสถานที่ฝึกหัดประสบการณ์

นิสิตปริญญาตรีทุกสาขาจำต้องผ่านการฝึกฝนประสบการณ์ในสถานประกอบการณ์ก่อนเรียนจบนิสิตบางบุคคลมองไม่เห็นจุดสำคัญในส่วนนี้มีความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในการค้นคว้าก็ปฏิบัติไปโดยไม่คิดที่จะเลือกสถานที่ฝึกการทำงานที่น่าดึงดูด บางบุคคลเลือกด้วยเหตุว่าใกล้บ้าน บางบุคคลเลือกตามเพื่อนพ้อง ทราบไหมว่าการเลือกที่ฝึกฝนการทำงานอย่างไม่รอบครอบทำให้พลาดโอกาสบางสิ่งไป ด้วยเหตุว่าการฝึกฝนการทำงานเป็นช่องทางอันดีที่นิสิตจะได้ทำความเข้าใจการทำงานในหน่วยงาน จากคนทำงานมือโปร และก็มากยิ่งกว่านั้นการฝึกการทำงานยังจะเป็นบัตรผ่านทางให้ท่านหางานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ถ้าเกิดคุณเป็นนิสิตปีสุดท้ายที่กำลังจะออกฝึกการทำงาน ต้องนำทางปฏิบัติติ่ไปในไปใช้เมื่อต้อออกฝึกหัดประสบการณ์ 1. ก่อนที่จะเริ่มฝึกการทำงาน ควรจะหาข้อมูลสถานที่ฝึกหัดงานมานำเสนอต่อคุณครูผู้ควบคุมการฝึกฝนการทำงาน แม้คุณสามารถที่จะเข้าไปฝึกการทำงานในหน่วยงานที่คุณกำหนดเป้าหมายว่าเมื่อจบแล้วคุณจะไปสมัครงานจะดีเยี่ยม 2. เมื่อเข้าไปฝึกหัดงานแล้ว อย่ารีรอที่จะขอคำปรึกษาจากมือโปร ทั้งยังการไปพบหัวหน้างานบ่อยๆเพื่อแลกประสบการณ์ รายงานความก้าวหน้าของคุณให้หัวหน้างานรู้ และก็ศึกษาการทำงานจากมือโปรทุกคนในหน่วยงานที่ได้โอกาสสอนงานคุณ 3. มีทัศนคติเชิงบวกต่อการฝึกหัดประสบการณ์ แม้ว่าจะได้รับมอบหมายให้ชงกาแฟ หรือทำสำเนา ในตอนแรก แต่ว่าคุณควรทำให้ดีเพราะว่าแน่ๆว่างานแรกๆที่ได้รับมอบหมายบางทีอาจไม่เกี่ยวกับงานประจำของหน่วยงานแต่ว่าถ้าเกิดคุณชี้ให้เห็นว่าคุณรับผิดชอบงานเล็กๆได้แล้วก็สมัครใจช่วยงานอื่นๆอยู่ตลอดช่องทางที่กำลังจะได้รับความเชื่อมั่นย่อมสูงมากขึ้นแน่ๆ 4. กระทำตามกฎแล้วก็มีวินัยอย่างมือโปร งานใหม่ แม้ว่าจะมีคำว่านักเรียนฝึกฝนการทำงานติดมาพร้อมกับตัวคุณแต่ว่าจงรักษากกระเบียบปฏิบัติของหน่วยงานเหมือนกันกับบุคลากร อย่างเช่น ตามเวลา ขาดลามาสายจำต้องกระทำตามระเบียบปฏิบัติ รอบครอบต่อการทำงานเนื่องจากว่าความบกพร่องของคุณพอๆกับทำให้หน่วยงานสูญเสียทรัพยากร ไม่ควรทำเด็ดขาด 5. ใช้โอกาสนี้สำหรับเพื่อการสืบหาวิชาความรู้ที่แบบเรียนมิได้สอน การทำงานในหน่วยงานคุณจะมองเห็นการทำงานที่บางทีอาจไม่เป็นไปตามแนวความคิดและก็มีการจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าที่ต่างๆนาๆตามประสบการณ์รวมทั้งเหตุการณ์นี่เป็นหน้างานจริงที่ในตำราเรียนไม่มีสอนทำความเข้าใจให้มากมายเพื่อเก็บเป็นประสบการณ์ที่ดีมันจะมีสาระต่อการสมัครพนักงานรวมทั้งการทำงานในอนาคตของคุณมากมายทีเดียว 6. อย่ากลัวที่จะถามรวมทั้งให้ความเห็น อย่ากลัวที่จะถามคำถามเมื่อคุณจะต้องเจอกับงานที่ไม่คุ้นเคยถามไถ่สิ่งที่ไม่รู้เรื่องจากผู้ฝึกสอนการทำงานของคุณแต่ว่าก็จำเป็นต้องภายหลังที่ได้บากบั่นหาหนทางของคุณแล้ว รวมทั้งถ้าหากมีความคิดเห็นอะไรที่ต้องการเสนอไปดูกาลเทศะให้ดี แล้วควรให้ความคิดเห็นออกไปอย่างนอบน้อม 7. ผูกไมตรี และก็สร้างความสนิทสนมกับคนภายในหน่วยงาน มันจะเป็นใช้ประโยชน์สำหรับเพื่อการหางานเมื่อจบ อีกทั้งจากการมาสมัครงานในหน่วยงานนี้ แล้วก็การได้รับข้อเสนอแนะงานจากคนภายในวงการ ดังนี้การมัดมิตรควรมีขอบเขตที่พอดีอย่าไปแสดงทีท่ามนการประจบสอพลอรวมทั้งวางตัวคุ้นเคยกระทั่งเกินควร


คนสัมภาษณ์งานอย่างงี้สิที่ HR ทุ่มเทใจไปให้มากยิ่งกว่าครึ่ง

การสัมภาษณ์งานนั้นนอกเหนือจากที่จะมองความรู้ความเข้าใจของผู้สมัคงานคุณลักษณะที่สอดคล้องกับตำแหน่งงานแล้ว ข้าง HR ที่ศึกษากระบวนการพินิจพิเคราะห์เลือกคนทำงานยังมองหาสิ่งอื่นๆในเพศผู้สมัครงานอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ได้แก่ ทัศนคติ ความตรึกตรอง การวางตัว ระเบียบ รวมทั้งผู้มาสมัครงานที่มีความประพฤติพวกนี้เป็นผู้ที่ HR จะทุ่มเทใจให้ 1. ผู้ที่มาขยายเวลา ผู้ที่มารับการสัมการพูดงานโดยไมมาสาย หรือ ไม่มาตั้งแต่ก่อนเวลา เป็นผู้ที่มีความรู้และความเข้าใจสำหรับในการบริหารจัดแจงตนเอง และก็บริหารในเวลาที่ดี จะสามารถดำเนินงานเสร็จตามที่ได้กำหนด ในทางตรงกันข้างผู้ที่มาสายโดยขาดเหตุผลที่ดีหรือเปล่าแจ้งมาก่อนว่ามีเหตุว่าจำเป็นต้องมาช้ากว่าเวลานัดหมายเป็นกรุ๊ปที่ไม่น่าปลาบปลื้มเอามากๆถ้าเกิดรับทำงานบางทีอาจมีผลเสียต่อสมรรถนะของบริษัท 2. ผู้ที่ทำการบ้านมาดี รู้จักหน่วยงานในแบบแฟนพันธ์แท้ การเล่าเรียนเนื้อหาเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่สมัครงาน Resume แล้วก็ เนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับหน่วยงานที่คุณมาสมัครงานเป็นเรื่องจำเป็นมากมาย คุณจะชี้แจงได้ยากว่าคุณยากดำเนินงานนี้โดยที่คุณไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับงานหรือหน่วยงานเลย ถ้าหากไม่รู้จักข้อมูลก็ดังว่าคนมิได้ตั้งใจและก็มีความมุ่งมั่นต้องการร่วมงานกับหน่วยงานจริงๆ 3. ผู้ที่รู้จักกาลเทศะรวมทั้งการวางตัวที่สมควร บุคลิกลักษณะที่ดีสำหรับการสัมภาษณ์งานเป็นการแสดงความพึงพอใจต่อเพื่อนคุยแล้วก็ฝักใฝ่กับปัญหาแล้วก็มีสติสัมปชัญญะสำหรับการตอบปัญหา ถ้าผู้สมัครเข้าทำงานมัวแต่ดูนาฬิกา หันซ้ายขวา ร้ายไปกว่านั้นเป็นจับโทรศัพท์เคลื่อนที่มาดูเป็นประจำแบบงี้อาจสอบตกแน่ๆ ยิ่งผู้ที่ตอบปัญหาหรือให้ความเห็นที่ไม่เหมาะสมยิ่งทำให้ HR ระอาใจได้ เป็นต้นว่า ถามไถ่ผู้ตัดสินถึงเรื่องส่วนบุคคล ไต่ถามข้อมูลเชิงลึกของหน่วยงานอย่างไม่เหมาะสม อาทิเช่น ได้ยินว่าหุ้นตกมากมาย หน่วยงานมีลักษณะท่าทางจะปิดกิจการไหม เจ้านานตรงนี้เป็นคนอย่างไรปัญหาอย่างนี้ควรจะเก็บไว้อย่าเอ่ยออกมา 4. ผู้ที่ติดต่อสื่อสารดี มีเหตุมีผล สำหรับในการสัมภาษณ์งานนั้นเป็นการติดต่อสองทาง ถ้าเกิดผู้สมัครเข้าทำงานสามารถที่จะติดต่อสื่อสารโดยการอธิบายรู้เรื่องให้ผู้ตัดสินสอบสัมภาษณ์ได้รู้เรื่องความจำเป็นติดต่อสื่อสารตัวอย่างเช่น การยกตัวอย่างช่วยเหลือสิ่งที่กล่าว การแสดงเหตุผลประกอบกิจการตอบปัญหาหรือการเสนอความคิดเห็นด้วยการเลือกใช้ถ้อยคำที่ดี ใช้ภาษาที่ถูกทำให้การติดต่อสื่อสารบรรลุผลสำเร็จเยอะขึ้นได้ คนแบบงี้จะดำเนินการร่วมกับคนอื่นก้าวหน้าไม่มีปัญหาหัวข้อการติดต่อเป็นกลุ่ม อย่างงี้น่าเอามาร่วมงานด้วย 5. ผู้ที่มีทัศนคติที่ดีสำหรับในการดำเนินการ คนเก่งบางครั้งอาจจะไม่สู่ผู้ที่มีทัศนคติที่ดี คนสัมภาษณ์มองหาผู้สมัครที่มีทัศนคติต่อการทำงานเป็นกลุ่ม ผู้ที่มีความขยันหมั่นเพียรสำหรับเพื่อการดำเนินการ แล้วก็มีความทุ่มเทสำหรับการทำงานมากกว่าคนเก่งที่ไม่มีค้างมยืดหยุ่นแล้วก็มักจะทำอะไรแบบ One man show ด้วยเหตุว่าการทำงานด้วยกันในหน่วยงานมากยิ่งกว่าการใช้ความรู้ความเข้าใจจำเป็นต้องใช้ความมีน้ำใจความเป็นมิตรสำหรับการเกื้อกูลกันด้วย


เมื่อต้องหางานใหม่ ต้องควบคุมสตินิดหน่อยก่อนสตาร์ท

“ว่างงาน” คำสั้นๆพูดเสียงค่อยๆก็เจ็บ แต่ว่าเมื่อว่างงานรวมทั้งต้องหางานใหม่ แม้กระนั้นการหางานใหม่ที่จะทำให้ท่านแฮปปี้และไม่เครียดได้นั้นคงจะจะต้องควบคุมสติคิดทบทวนก่อนกระโจนไปสู่การประลองหางานทำจริงไหม ถ้าเกิดคุณกำลังเป็นคนไม่มีงานทำ มามีสติก่อนสตาร์ท กันเลยดีกว่า ทำอย่างไรมาดูเลย 1. สารภาพสิ่งบกพร่องที่เกิดขึ้น การโทษสิ่งอื่นๆที่คุณควบคุมมิได้ ยกตัวอย่างเช่น นายจ้างแกล้ง สหายร่วมงานไม่ชอบหน้าลูกค้าไม่ชอบใจทำให้ท่านจะต้องว่างงาน หากแม้บางครั้งอาจจะปวดแม้กระนั้นมันเป็นสิ่งที่ปรับแต่งมิได้แล้วเมื่อคุณว่างงานเนื่องจากสิ่งกลุ่มนี้ แต่ว่าต้องมาคิดว่าเพราะเหตุใดนายเพื่อนผู้ร่วมการทำงานจะต้องแกล้งเกลียดคุณ ลูกค้าต่อว่าคุณในเรื่องอะไร และก็ปรับแก้สิ่งบกพร่องนั้น 2. ตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตนว่าขาดคุณลักษณะอะไรบ้าง บางโอกาสต้นเหตุของการไม่มีงานทำเป็นคุณไม่ผ่านการประมาณให้ผ่านตาม KPI หรือปฏิบัติงานอะไรบางอย่างบกพร่องรุนแรงนั้นเนื่องจากคุณขาดความรู้และความเข้าใจความรู้ความเข้าใจอะไร กลับจังหวะของการไม่มีงานทำมาสู่การใช้เวลาว่างในการพัฒนาตนเอง อัพเกรดคุณเป็นคนใหม่ที่พร้อมฝ่างานก่อนเข้าสู่สนามการหางานแบบงี้คงจะดีไม่ทำให้พลาดบ่อยๆ 3. ค้นหาความพอใจจุดเด่นให้พบ นี่บางทีอาจเป็นจังหวะที่ทำให้ท่านได้ปฏิบัติงานในสายงานใหม่ ที่มาของการไม่มีงานทำบางคราวก็เนื่องจากว่าคุณเลิกที่จะไม่มีงานทำ เพราะว่าเบื่อกับงานเดิมหรือมีความคิดที่ต้องการจะไปค้นหาความท้าอื่นๆด้วยการทำงานผ่านสายงาน ถ้าเกิดได้ตกลงใจออกจากงานเดิมแล้ว หางานในสายงานใหม่ควรหาเนื้อหาเกี่ยวกับสายงานใหม่ JOBTOPGUN วิถีทางการเข้าสู่สายงานใหม่ให้ดี ผู้มีข้อมูลย่อมประสบผลสำเร็จสำหรับการหางานใหม่ได้ดีมากว่า 4. สร้าง “ทัศนคติเชิงบวก” สำหรับเพื่อการหางานใหม่ บางทีครั้งคราวการ จังหวะสำหรับการว่างงานก็มาถึงคุณโดยที่มิได้ตั้งตัว ไม่ว่าจะถูกให้ออกจากการทำงานบกพร่อง หน่วยงานจำเป็นต้องปิดกิจการ หรือคุณเองจำต้องเคลื่อนย้ายที่อยู่ใหม่ ทำให้ต้องหางานใหม่ การคิดแง่ลบถึงชะตาชีวิตที่เล่นตลกทำให้ท่านว่างงานก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเสริมพลังบวกให้ตัวคุณ ต้องเห็นว่าการว่างงาน เป็นช่องทางสำหรับเพื่อการที่คุณจะได้ก้าวสู่การจัดการสิ่งที่ท้ารวมทั้งการหางานใหม่คือเรื่องธรรดาที่เกิดขึ้นได้ ควรพินิจปรับปรุงสิ่งบกพร่อง ตระเตรียมกายแล้วก็จิตใจให้พร้อมรวมทั้งไปสู่ตลาดงานอีกรอบ มนุษย์เราชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป เรื่องนี้ จะมีผลให้คุณเข้มแข็งขึ้นรวมทั้งได้ทำความเข้าใจการแก้ไขปัญหาชีวิตอย่างมีสติสัมปชัญญะ ขอเป็นอันมากจิตใจให้คนหางานทุกคน คนว่างงานในวันนี้จะเป็นคนได้งานอย่างไม่ต้องสงสัยในภายภาคหน้าขอให้ทรหดอดทนและก็มีความตั้งอกตั้งใจ ถ้าอ่อนล้าแล้วก็ท้อพักบ้างรวมทั้งฝ่าต่อ


จบวิชารัฐศาสตร์ ไม่เป็นปลัดอำเภอก็ได้นะเอ้อ

คณะรัฐศาสตร์แบ่งได้เป็น 3 สาขาสำคัญๆเป็น สาขาการบ้านการเมืองการปกครอง สาขาความเกี่ยวข้องระหว่างชาติ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ปริมาณบัณฑิตในสาขานี้มีสูงถึงหลักหมื่นในแต่ละปี ถึงแม้ว่าหลายๆคนเมื่อเลือกเข้าเรียนรู้ในสาขานี้จะคาดหวังดำเนินการราชการในตำแหน่งปลัดอำเภอแต่ว่าก้อย่างที่รู้กันว่าการเปิดสอบนั้นมิได้มีทุกปีรวมทั้งมีอัตราการรับทำงานที่ต่ำมากมาย ปริศนาถัดมาเป็นไม่เป็นปลัดแล้วเด็กวิชารัฐศาสตร์จะสมัครงานอะไรดี บอกก่อนเลยว่าสามารถหางานในขณะที่ตรงสาย และไม่ตรงสายที่เรียนมา จะต้องขอแสดงความยินดีก่อนเนื่องจากว่ามีหลายอาชีพและก็สายงานทีเดียวที่ต้อนรับเด็กวิชารัฐศาสตร์เข้ามาดำเนินการ ช่องทางการได้งานบางครั้งอาจจะต่างกันสุดแต่สาขาวิชาที่เลือกเรียนมา และก็ยังมีตำแหน่งงานที่ไม่บอกว่าจำต้องจบสาขาอะไรมาอีกด้วย เพื่อเด็กวิชารัฐศาสตร์ที่ไม่คิดจะมุ่งสู่ทางสายนักดูแลสามารถมองเห็นหนทางสำหรับการดำรงชีพได้ พวกเราขอชี้แนะ 3 สายงานยอดนิยมที่เปิดรับเด็กวิชารัฐศาสตร์ 1. งานราชการ นอกเหนือจากการสอบปลัด ยังมีตำแหน่งงานราชการแล้วก็รัฐวิสาหกิจรวมทั้งงานในหน่วยงานดูแลส่วนท้องถิ่นที่เปิดรับให้เด็กวิชารัฐศาสตร์มาสมัครงาน อาทิเช่น ตำแหน่ง ข้าราชการบริหารทั่วๆไป ข้าราชการพินิจพิจารณาแนวทางรวมทั้งแผน ข้าราชการติดต่อประสานงานข้าราชการดูแลงานบุคคล ผู้ช่วยบริหาร นักวิชาการเรียน นักการทูต 2. งานบริษัทเอกชน สำหรับผู้ที่อยาก แล้วก็กำลังมองหาตำแหน่งงานในบริษัทเอกชน สามารถสมัครได้ในนานัปการตำแหน่งอะไร อย่างเช่น ข้าราชการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) นักวิเคราะห์แผนการนักวิเคราะห์โครงงาน นักวิเคราะห์การลงทุน นักวิเคราะห์ระบบงาน งานด้านการตลาด งานขายงานด้านการโปรโมท งานด้านการพัฒนาสินค้า หางาน งานทางด้านการเงินการธนาคาร ผู้รายงานข่าวสายการบ้านการเมือง ผู้สื่อข่าวสายข่าวเรื่องต่างประเทศ ผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจ 3. งานในหน่วยงานไม่แสวงผลกำไร คนที่เรียนวิชารัฐศาสตร์ถูกปลูกฝังให้มีอุดมการณ์ทำเพื่อสังคม มีจิตาสาที่จะช่วยเหลือคนที่ไม่ค่อยได้รับโอกาศการทำงานในหน่วยงานไม่แสวงผลกำไร ดังเช่น มูลนิธิ หน่วยงานการบุญที่มีภารกิจเฉพาะด้าน อาทิเช่น สิทธิมนุษยชน วิทธิสตรี คุ้มครองปกป้องเด็ก ช่วยเหลือด้านแรงงาน ช่วยเหลือผู้ผลัดถิ่น เป็นการได้ใช้ความสามารถความรู้ความเข้าใจรวมทั้งรักษาอุดมการณ์อีกด้วยงานชนิดนี้มีทั้งยังในประเทศแล้วก็ต่างแดนเป็นจังหวะดีที่กำลังจะได้ทำความเข้าใจวัฒนธรรมของคนทำงานต่างประเทศ 4. งานอิสระ ผู้ที่เรียนวิชารัฐศาสตร์โดยรากฐานถูกสอนให้เป็นนักคิดค้นรวมทั้งนักคิดแผน มีความเข้าใจที่นานาประการอีกทั้งการจัดการ จิตวิทยา ความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการพินิจพิจารณา การออมชอม วิชาความรู้เหบ่านี้เอามาสู่การจังหวะสำหรับในการทำฟรีแลนซ์ได้มาก ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการขายรับรอง การเป็นนักประพันธ์ การทำงานศึกษาค้นคว้า มองเห็นได้ว่าการสมัครงานไม่มีความจำเป็นต้องจำกัดเฉพาะสายงานที่ตรงกับที่เรียนมา ในโลกยุคนี้มีงานเยอะมากที่รองรับคนจบใหม่ ขอเพียงแค่มีความแน่ใจมีการเตรียมพร้อมที่ดี มีความถนัดที่พร้อมต่อการทำงานช่องทางได้งานก็มีมากมายเช่นเดียวกัน