ต้องมี 6 บุคลิกภาพอย่างนี้สิ องค์กรยุคใหม่ถึงต้องการตัว

นอกจากทักษะความสามารถ บุคลิกภาพ ยังสำคัญต่อการทำงาน เพราะบุคลิกภาพเป็นลักษณะเฉพาะของบุคคลที่บ่งบอกความแตกต่างระหว่างบุคคล ทั้งลักษณะทางกาย  และลักษณะทางจิตที่จะบ่งบอกถึง ความรู้สึกนึกคิด เจตคติ ค่านิยม ความสนใจ ความมุ่งหวัง อุดมคติ เป้าหมาย และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม  เรามาดูกันดีกว่าว่าบุคลิกภาพแบบไหน  ที่องค์กรยุคใหม่มองหาในตัวผู้สมัครงาน

  1. องค์กรมองหาคนที่ ช่างสังเกต ช่างคิด ช่างสืบค้น ช่างแสวงหาคำตอบเพราะสะท้อนว่าคุณมีความละเอียดรอบคอบ มีความผิดพลาดน้อย
  2. การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ชอบแสวงหาวิธีการแปลกใหม่ก็จะทำให้งานก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วไม่ติดอยู่กับการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ และสามารถที่จะพัฒนาต่อยอดหรือคิดอะไรใหม่ๆให้องค์กรได้
  3. มีบุคลิกที่สู้งาน ไม่เกี่ยงที่จำทำงานที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน ลักษณะดังกล่าวส่งผลให้บุคคลมีจิตใจเป็นนักสู้ รักที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สามารถค้นหาทางแก้หรือพยายามเรียนรู้ มีใจรักในการทำงาน มีความตั้งใจทำงาน สู้งาน และรับผิดชอบงานที่ตนทำอยู่ให้สำเร็จลุล่วง ไม่โยนความผิดในการทำงานให้ผู้อื่นพร้อมรับผิดชอบร่วมกับทีม
  4. มีความกระตือรือร้นและหนักแน่น ยินดีกับการเปลี่ยนแปลง รับมือและปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ เผชิญสิ่งแปลกใหม่ที่อยู่ข้างหน้าได้ดีเพราะความแน่นอนไม่ได้เกิดขึ้นได้ตลอดเมื่อองค์กรเผชิญวิกฤตสิ่งที่องค์กรต้องการคือการระดมความคิดเห็นเพื่อแก้ปัญหาอย่างกระตือรือร้นจากทุกฝ่าย
  5. มีมนุษยสัมพันธ์ดี สามารถสื่อสารไม่ว่ากับคนภายในองค์กรหรือภายนอกองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ  มีความผู้นำและผู้ตามที่ดี  มี ทำงานอย่างมีเป้าหมาย สามารถคาดคะเนความสำเร็จได้ล่วงหน้าและรู้จักทำงานอย่างมีแผน มีระบบงานที่ดี  รู้จักกาลเทศะ การแสดงตนให้เหมาะสมทั้งการแต่งกาย การเข้าสมาคม
  6. สามารถในการปรับตัวให้เข้ากับภาวะแวดล้อมได้ดี หากต้องมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงาน เพื่อนร่วมงาน งานที่รับผิดชอบ สามารถจัดการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้เร็ว

เราจะเห็นได้ว่าการมีบุคลิกภาพที่ดี  จะช่วยให้คุณเป็นผู้สมัครงานที่น่าสนใจ เพราะองค์กรจะเชื่อมันด่า การทำงานของคุณจะไม่สร้างปัญหาให้กับองค์กร และคุณจะมีแนวทางในการสร้างความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จซึ่งจะมีผลดีกับทั้งตัวองค์กรเองและกับตัวคุณเองด้วย การมีบุคลิกภาพที่ดี ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจด้านบวกให้กับตัวคุณเองได้อีกด้วย

รู้เช่นนี้แล้วผู้สมัครงานทั้งหลายจึงควรที่จะพัฒนาบุคลิกภาพทั้งทางกายและจิตใจของคุณให้เป็นที่พึงประสงค์ขององค์กรยุคใหม่เพื่อเพิ่มโอกาสการได้งานและยังจะช่วยทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขและมีผลลัพธ์ที่ดีด้วย


เพิ่มโอกาสที่มากกว่า หางานให้ได้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ

บางครั้งการสมัครงานเมื่อเรียนจบอาจจะสายไปเพราะการแข่งขันที่สูงขึ้นมาก การที่นักศึกษามองหางานทำตั้งแต่ยังเรียนไม่จบจะเป็นการสร้างโอกาสการได้งานที่มากกว่า  นักศึกษาหลายคนใฝ่ฝันว่าเมื่อเรียนจบออกมาจะได้ทำงานที่ตัวเองรัก ได้งานที่มีรายได้สูง แต่ในโลกแห่งความจริงการสมัครงาน การหางานไม่ได้ง่ายและแต่ละปีมีนักศึกษาจำนวนมากที่สำเร็จการศึกษา ถ้ารอแข่งขันในตอนที่จบแล้ว การสมัครงานของคุณอาจไปไม่ถึงเส้นชัย

ช่องทางที่จะทำให้คุณได้งานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบคือการแสดงความสามารถตั้งแต่ช่วงของการฝึกงาน โดยหากสามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นได้ก็มีโอกาสที่จะได้ทำงานต่อเมื่อเรียนจบ

การฝึกงานบางคนมองว่าเป็นเพียงการศึกษาส่วนหนึ่งที่ต้องผ่านเพื่อให้เรียนจบแต่จริงๆแล้วการฝึกงานคอการฝึกซ้อมฝีมือในสนานจริงทำให้คุณได้รับประสบการณ์ล้ำค่าที่หาไม่ได้ในห้องเรียนเพระนี้คือสถานที่จริง คนในองค์กรจริงๆที่ไม่ได้มีระบบความสัมพันธ์แบบครูลูกศิษย์ เพื่อนพี่น้องแต่เป็นสังคมคนทำงาน ดังนั้นจึงเป็นการฝึกทั้งทักษะการทำงานและทักษะการอยู่ร่วมกับผู้คน

นอกจากนั้น คุณยังสามารถที่จะสร้างโอกาสการหางานทำก่อนเรียนจบด้วยการเสริมสร้างประสบการณ์การทำงานพร้อมหารายได้พิเศษ ในรูปแบบงาน Part time ยิ่งเป็นงานที่สอดคล้องกับสิ่งที่คุณเรียนมาด้วยแล้วจะต่อยอดกันได้ดี เช่น สายนิเทศศาสตร์ หากได้ทำงานร่วมกับมืออาชีพ ได้เรียนรู้งาน ได้ใกล้ชิดกับทีมงานโอกาสที่คุณจะดีรับการติดต่อให้มาทำงานประจำจะมากขึ้น ที่สำคัญใน Resume ของคุณจะโดดเด่นกว่าเพื่อนนักศึกษาจบใหม่ เพราะมีประสบการณ์การทำงานที่เขียนอยู่ชัดเจน

การที่สามารถระบุประสบการณ์ทำงานในใบสมัครแม้ว่าคุณเป็นผู้สมัครงานที่เพิ่งจบใหม่ จะทำให้HR มองว่าคุณคือคนที่บริหารเวลาเป็น และสร้างคุณค่าให้ตัวเอง มีความสามารถในการพัฒนาตัวเอง มีความขยัน อดทน และมีความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของพนักงานที่ดี

การพยายามหางานทำตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ สะท้อนว่าคุณเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น ไฟแรง มีความพยายาม เวลาทำอะไรต้องทำให้ดีที่สุด ต้องการแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ย่อมทำให้คุณมีคุณสมบัติที่น่าสนใจมากกว่าผู้สมัครงานอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามคุณต้องมีความถ่อมตัวที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ โดยไม่ปฏิเสธที่จะฝึกฝนงานตามกระบวนการทดลองงาน และไม่ปฏิเสธที่จะเข้ารับการปฐมนิเทศพนักงานใหม่เพียงเพราะคิดว่าทำงานเป็นแล้ว เพราะไม่มีใครชอบพนักงานที่เป็นน้ำเต็มแก้ว


5 สุดยอดอาชีพสำหรับผู้สูงวัย 60 ยังมีไฟ

เร็วๆนี้มีการขยายเวลาเกษียณอายุราชการออกไปที่ 63 ปี แต่ที่เรารู้ๆกันคือมีการจ้างงานถึงอายุ 65 ปีในบางตำแหน่งงานนั่นแสดงให้เห็นว่าผู้สูงอายุมีศักยภาพและมีไฟในการทำงาน และแน่นอนว่ายังมีสุดยอดอาชีพที่ต้องการทักษะความสามารถและประสบการณ์ของผู้สูงอายุอีกมากโดยเฉพาะกลุ่มอาชีพ ที่ขาดแคลน คือ “การเงิน-วิศวกรรม-สินค้าบริโภคอุปโภค-ค้าปลีก ถ้าคุณจะเริ่มเป็นผู้สมัครงานในวัย 60 ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เรามาดูกันว่าผู้สูงอายุจะสามารถสมัครงานในอาชีพอะไรได้บ้าง

  1. สมัครงานเป็น อาจารย์พิเศษ แบบไม่ต้องทำงานเต็มเวลาเป็นการใช้เวลาบางช่วงทำประโยชน์คืนให้กับองค์กรที่เราเคยอยู่ หรืองค์กรอื่นที่มีความต้องการบุคลากรที่มีคุณวุฒิและวัยวุฒิที่เหมาะสม ความรู้ที่ติดตัวมาจะได้ไม่สูญหายและได้ถ่ายทอดให้กับคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง  หลากหลายสาขาวิชาที่ต้องการจ้างงานผู้สูงอายุมาเป็นอาจารย์พิเศษโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาวิชาที่ต้องการคนมีประสบการณ์สูง เช่น อาจารย์แพทย์เฉพาะทาง นักการบัญชีอาวุโส  รวมถึงผู้ที่มีตำแหน่งวิชาการเป็นศาสตราจารย์  เป็นต้น
  2. สมัครงานเป็นนักเขียน ถ่ายทอกประสบการณ์และมุมมองชีวิตที่ผ่านมาเพราะคุณคือคนที่มีต้นทุนชีวิตและประสบการณ์สูง สามารถกลั่นกรองและเขียนเรื่องราวที่มีประโยชน์มีคุณค่าให้กับคนอื่นได้อาชีพนี้ไม่ได้ต้องทำงานหนัก สามารถเลือกทำในเวลาที่ว่าง
  3. ที่ปรึกษา ผู้บริหารระดับสูงในองค์กร ยิ่งหากคุณเคยเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ มีวิสัยทัศน์ ย่อมต้องมีผู้อยากขอคำแนะนำ การทำงานก็ไม่ใช่ต้องทำทุกวัน เพียงเข้าประชุมในวาระที่สำคัญ ๆ และคอยให้คำปรึกษากับผู้บริหารปัจจุบัน เท่านั้นเอง
  4. วิทยากร ให้ความรู้กับผู้อื่น ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิต และการทำงานที่ผ่านมา เป็นโค้ชที่คอยแนะนำการทำงานโดยถอดประสบการณ์ของคุณมาถ่ายทอด ให้กับคนรุ่นหลัง
  5. อาชีพนี้ไม่ต้องสมัครเพราะเป็นอาชีพอิสระทำได้ตามความชอบ คือการทำงานประดิษฐ์ เช่น เย็บเสื้อ ทำงานฝีมือ เย็บปักถักร้อย งานวาดรูป ทำขนมขาย เป็นทั้งงานอดิเรก และได้ผ่อนคลายและสร้างรายได้

นักเขียน

ปัจจุบันไม่เพียงแต่ราชการที่มีการปรับอายุการเกษียณอายุ บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ หลายแห่ง ที่ต้องเผชิญปัญหาด้านบุคลากร เพราะผู้บริหารระดับสูงที่ทยอยเกษียณอายุในเวลาใกล้ ๆ ก็ขยายเวลาในการเกษียณอายุเช่นกัน ตอนนี้มีผู้สูงอายุทั้งประเทศประมาณ 10 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15 ของประชากรทั้งประเทศ  หากเราไม่คิดในเรื่องให้ผู้ดสูงอายุยังคงอยู่ในตลาดงานก็จะเพิ่มภาระให้กับรัฐและเป็นภาระของภาษี ดังนั้นผู้สูงวัยที่ยังมีไฟ ไม่มีปัญหาสุขภาพก็ยังคงทำงานได้อีกมาก และจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอีกด้วย หลายองค์กรให้การตอบรับการจ้างงานผู้สูงวัยและคนสูงวัยเองก็ปรับตัวได้ทัน คิดว่าอนาคตของประเทศไทยน่าจะไปได้ดีเราคงไม่เป็นสังคมผุ้สูงวัยที่น่าเป็นห่วงมากเท่าใดนัก


สมัครงานกับกรมจัดหางานดีไหม

สำหรับใครก็ตามที่กำลังหางานอยู่ หรือสมัครงานไว้หลายที่แล้วแต่ยังไม่มีบริษัทไหนเรียกไปสัมภาษณ์ซักที สำหรับหลายๆ คน  การสมัครงานกับกรมจัดหางานน่าจะเป็นทางเลือกสุดท้ายนะคะ เพราะสำหรับคนที่จบมาวุฒิการศึกษาสูงตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป

 

ส่วนมากก็ไม่นิยมสมัครงานกับกรมจัดหางานค่ะ เพราะฟังดูชื่อกรมการจัดหางานแล้วรู้สึกแปล่งๆ เหมือนตัวเองกำลังตกงานอยู่อย่างนั้น (ทั้งๆที่มันก็เป็นความจริงแหละเนาะ) แต่ก็รับไม่ค่อยได้อยู่ดีล่ะ ซึ่งส่วนมากผู้ที่จบปริญญาตรีขึ้นไปมักจะสมัครตรงหรือสมัครผ่านเวปไซต์ของบริษัทจัดหางานค่ะ เพราะรู้สึกว่าได้ผลดีกว่า

ส่วนกรมจัดหางานนั้นส่วนมากจะเป็นกลุ่มคนสายงานอาชีพ หรือวุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีค่ะ เพราะตลาดแรงงานระดับล่างค่อนข้างเต็ม เช่น ช่างต่างๆ เมื่อเป็นช่วงประจำร้านไหนก็ค่อนข้างจะอยู่ยาว ไม่ค่อยลาออกเท่าไหร่ นานๆ เราจะเห็นประกาศรับช่าง 1 ตำแหน่ง เขียนบนแผ่นกระดาษลังเล็กๆ   แปะไว้ที่หน้าร้าน อะไรแบบนี้เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรง นายจ้างก็ไม่ค่อยมีเวลามาหาลูกจ้างจากกรมการจัดหางานเท่าไหร่ค่ะ

อย่างไรก็ดี ก็ยังมีบริษัทห้างร้านอีกมากมายที่ต้องการแรงงาน และเข้าไปค้นหารายชื่อจากกรมการจัดหางาน ต้องบอกว่าเยอะมากจริงๆ ค่ะ จนนายจ้างบางคนรอไม่ไหวถอดใจไปเลยก็มีเช่นกัน หมายถึงว่า ไม่รอรายชื่อลูกจ้างจากที่นี่แล้ว ไปหาที่ใหม่ดีกว่าอะไรทำนองนี้

และจุดที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของกรมการจัดหางานคือ ค่อนข้างมีข้อจำกัดในการให้รายชื่อแก่บริษัทนายจ้างค่ะ กระบวนการนั้นค่อนข้างซับซ้อนอยู่ กล่าวคือ กว่าที่นายจ้างจะได้รายชื่อมานั้นกรมการจัดหารงานอนุญาตให้ดูรายชื่อได้เพียงแฟ้มเดียว ซึ่งอาจจะยังไม่ได้ลูกจ้างทีมีความรู้ความสามารถหรือไม่ได้คุณสมบัติตรงตามที่ต้องการ หรือสอง

ในการที่จะสามารถคัดรายชื่อออกมานั้นต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ซึ่งก็ทำให้บริษัทนายจ้างไม่อยากเสียเวลากับความยุ่งยาก ณ จุดนั้นค่ะ  ข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่งคือ การที่กรมการจัดหางานไม่สามารถนำรายชื่อของผู้สมัครงานหรือรายชื่อของแรงงานลงในเวปไซต์เพื่อการสืบค้นโดยง่ายได้ค่ะ

 

ซึ่งข้อนี้ค่อนข้างจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนายจ้างอยู่ไม่น้อย เพราะหากทำได้นายจ้างก็สามารถสืบค้นหาลูกจ้างได้อย่างเสรี ไม่เสียเวลา สะดวก และรวดเร็วอีกด้วย ส่วนทางด้านกรมการจัดหางานไม่สามารถตอบสนองเรื่องนี้ให้กับนายจ้างได้ เหตุเพราะรายชื่อผู้สมัครงานเอาไว้มีเป็นจำนวนมากมายมหาศาล

ครั้นจะนำขึ้นเวปไซต์แล้วเปิดให้โดยเสรี จึงไม่อาจทำได้ ดังนั้นแล้วกว่าที่จะมีนายจ้างสักคนติดต่อมา หรือเป็นการติดต่อจากกรมการจัดหางานก็ดี ค่อนข้างจะกินเวลาเป็นนานบางรายร่วมปี จนได้งานใหม่ไปแล้วก็มีค่ะ บางรายได้งานเร็วก็มี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับนายจ้างลูกจ้างว่าจะมาประสบพบเจอกันตรงกลางได้ช้าเร็วแค่ไหน

หากคุณสมบัติที่เรามีและคุณสมบัติลูกจ้างที่นายจ้างต้องการมาตรงกันเมื่อไหร่ โอกาสจ้างงานก็มีเกิดขึ้นได้เร็วค่ะ การฝากชื่อไว้ที่กรมการจัดหางานจึงเป็นเรื่องที่ทำไว้ก็ไม่เสียหาย