Tag : คำถามสัมภาษณ์งาน

แบบนี้นี่เอง คุณถึงไม่ถูกเรียกไปสัมภาษณ์งานสักที !!! รู้แล้วปรับตัวด่วน

คนหางานหลายคนสมัครงานไปหลายที่แต่ไม่มีวี่แววจะไปรับการเรียกไปสัมภาษณ์งานนั้นเพราความผิดพลาดบางอย่างที่คุณอาจไม่รู้ตัว เราได้รวบรวมความผิดพลาดที่ว่านี้มาให้คุณลองพิจารณากันดูถ้าพลาดตรงไหนอย่าลืมไปแก้ไขก่อนออกหางานใหม่อีกครั้ง

  1. คุณไม่อ่านรายละเอียดของประกาศรับสมัครงานให้ดี

ประกาศรับสมัครงานส่วนใหญ่ความยาวไม่เกิน 1 หน้า A4 แต่คุณก็ยังอ่านพลาด เช่นระบุอายุผู้สมัคร คุณอายุเกินแต่สมัครมา  กำหนดคุณสมบัติที่ชัดเจนเช่น ผ่านการคักเลือกทหารแต่คุณยังไม่ผ่านก็ยังสมัครมา  นอกจากขาดคุณสมบัติตามประกาศแล้งมันยังสะท้อนว่า เวลาทำงานจริงๆ ถ้ามีการมอบหมายงานคุณย่อมเป็นคนที่ไม่รอบครอบแบบนี้บริษัทจะไม่เสียเวลาดูใบสมัครของคุณเลย

  1. ส่งใบสมัครและ Resume มาโดยไม่มีการอธิบายใดๆ

มารยาทในการส่ง e-mail เป็นสิ่งที่ผู้สมัครงานต้องให้ความสนใจ บางคนส่ง e-mail ไปเพียงแต่พิมพ์ขึ้นต้นว่าสวัสดี แนบ Resume ไม่มีการอธิบายใดๆว่าสมัครงานตำแหน่งอะไรอย่างไง แบบนี้เจ้าหน้าที่ HR สัมภาษณ์งาน ที่รับ e-mail จะไม่เสียเวลากับ e-mail ที่ไร้มารยาทแบบนี้

  1. เข้าใจผิดว่าส่งใบสมัครหลายที่จะมีโอกาสมากกว่า

การที่คุณเลือกที่จะหว่าน Resume ออกไปเป็นจำนวนมาก จะทำให้คุณไม่มีเวลาในการปรับแต่งข้อความ หรืออีเมลของคุณให้เหมาะสมกับบริษัทนั้นๆ มันสะท้อนคุณขาดความรอบครอบ Resume หรือ จดหมายแนะนำตัวรวมทั้งข้อความต่างๆในเอกสารสมัครงานควรเป็นการเขียนสำหรับองค์กรใดองค์กรหนึ่งโดยเฉพาะมากกว่า  เพราะรายละเอียดที่คุณควรระบุลงไปอาจไม่เหมือนกัน ซ้ำร้ายคือการเขียนชื่อบริษัทผิดและเขียนสลับกันโดยระบุชื่อบริษัทหนึ่งในใบสมัครงานแต่ส่งไปอีกบริษัทหนึ่ง

  1. คุณเขียน Resume ไม่ดีพอ

ความพลาดนี้เกิดบ่อยที่สุด  การเขียน Resume ที่ดีคือการโฆษณาตัวเองภายใน 2 หน้ากระดาษแล้วทำให้ HR อดใจไม่ไหวที่จะไปเชิญคุณมาสัมภาษณ์งานแต่ถ้าอ่านไปจนจบแล้วไม่มีความคิดว่าคุณน่าสนใจตรงไหนเลยแบบนี้ก็คงไม่ได้ไปต่อ เวลาจะเขียน Resume ให้นึกเปรียบเทียบว่าโฆษณาความยาว 15 วินาทีทำยังไงให้คุณอยากรีบลุกไปควักเงินซื้อสินค้าทำให้ได้แบบนั้นกับ Resume ของคุณ

 

 

  1. Profile คุณไม่น่าสนใจ

คนที่ค่อนข้างธรรมดา (Generic) โลกมักไม่จดจำ เช่นเดียวกันกับการเขียน Profile  ได้อย่างจืดชืดนั่นเอง การจะบอกเพียง คุณ Microsoft Word ได้ สามารถพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษได้เร็วกว่า 50 คำต่อนาที หรือแม้แต่การจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำพร้อมเกรดอันสวยหรู อาจไม่พอ แสดง Passion ของคุณให้สะท้อนใน Profile  ให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยควรรู้ว่าตำแหน่งที่มาสมัครกำลังมองหาคุณสมบัติอะไรและเขียนสะท้อนออกมาว่าคุณทำมันได้ดีขนาดไหน

Please follow and like us:

คำถามต้องห้ามระดับ 10 กะโหลก อย่าโชว์กึ๋นเพื่อฆ่าตัวเองในวันสัมภาษณ์งาน

การสัมภาษณ์คือการพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนบทสนทนาระหว่างกัน คำถาม สัมภาษณ์งาน บริษัทจะพิจารณารับคนที่อยากให้ความร่วมมือกับบริษัทอย่างจริงจังในระยะยาว การสัมภาษณ์งานนั้นพิจารณาหลายสิ่งจากผู้สมัครงานทั้งความรู้ ไหวพริบ การวางตัว บุคลิก และมารยาท ดูได้จากอะไรก็ได้จากการตอบคำถามและการถามคำถามออกไปของผู้สมัครงานนั้นเอง  หากคุณไม่อยากพลาดงานดีๆ จงหลีกเลี่ยง “คำถามต้องห้ามระดับ 10 กะโหลก ” ต่อไปนี้

  1. ตำแหน่งนี้ ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง?

สิ่งที่คุณต้องหลีกเลี่ยง คือคำถามพื้นฐานที่คุณควรรู้อยู่แล้วจาก Job Description ที่ลงประกาศเอาไว้ การที่ถามเช่นนี้เท่ากับการบอกให้รู้ว่าคุณไม่ได้หาข้อมูลที่ควรจะรู้มาเลย และยังแสดงให้เห็นอีกว่าคุณไม่ได้จริงจังกับการมาสมัครงานที่นี่ เพราะในความเป็นจริง คนเราไม่รู้ว่าต้องทำงานอะไร จะมาสมัครหรือ สิ่งที่ควรถามคือคำถามที่แสดงให้เห็นว่าคุณมีพื้นฐาน มีความรู้ครอบคลุมเกี่ยวกับตำแหน่งนั้นๆ และพร้อมทำงานนั้น  เชน เพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ใน 3 ปีข้างหน้า องค์กรต้องการให้คุณมีความรู้ความสามารถอะไรเพิ่มเติม หรือ หากต้องมีความรับผิดชอบมากกว่าที่ระบุไว้องคกรจะมีการฝึกอบรมใดมารองรับการพัฒนาความสามารถของคุณ

  1. บริษัทนี้ เป็นบริษัทมหาชนหรือเปล่า?

คุณสามารถค้นหาได้ตามหน้าเว็บไซต์บริษัทหรือเว็บไซต์ข่าวธุรกิจทั่วไป การที่คุณถามคำถามนี้กับผู้สัมภาษณ์ ก็เท่ากับว่าคุณทำการบ้านมาไม่ดี และออกจะเป็นคำถามเชิงท้าทายว่านี่บริษัทนิเป็นมหาชนหรือไม่ถ้าไม่ใช่คุณคงไม่อยากทำงานด้วยแบบนี้สร้างอคติให้กับกรรมการสัมภาษณ์เปล่าๆนะ  ลองสอบถามให้โชว์กึ๋นสักหน่อย จะดีกว่า เช่น ทราบมาว่า บริษัทติดอยู่ใน SET100 อบากทราบว่าบริษัทมีเป้าหมายที่จะเข้าสู่การติดอันดับ SET50 หรือไม่ และมีแนวทางอย่างไร องค์กรคาดหวังว่างานในตำแหน่งที่คุณทำจะสนับสนุนเป้าหมายขององค์กรได้อย่างไร

  1. ถามออกไปว่าองค์กรคุณเช็คประวัติผู้สมัครด้วยวิธีไหน?

คำถามนี้ไม่สร้างสรรค์และดูละลาบละล้วงมากทีเดียว เพราะเรื่องนี้เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของบริษัทที่จะทำการตรวจสอบประวัติของผู้สมัครงาน อาจทำได้หลายวิธีที่ไม่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้สมัครจึงเป็นคำถามที่ไม่รู้จะถามให้ได้อะไรขึ้นมา

 

  1. จะได้เลื่อนตำแหน่งตอนไหน ​​?

การที่จะโพล่งถามถึงระยะเวลาที่คุณจะได้ปรับเลื่อนตำแหน่งในขณะสัมภาษณ์ดูไม่ดีในเรื่องของการใช้คำถามแท้จริงแล้วสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ถามได้แต่อยู่ที่การตั้งคำถาม การใช้ภาษา และจังหวะในการถาม หากคุณเปลี่ยนเป็นคำถาม เช่น ขออนุญาตสอบถามถึงแผนความก้าวหน้าในสายอาชีพของตำแห่งนี้ เพื่อให้ทราบข้อมูลในการพัฒนาตัวเอง หรือ องค์กรคาดหวังอย่างไรที่จะเห็นพัฒนาการการทำงานและผลงานของคุณ แบบนี้ก็เป็นคำถามที่เหมือนเรียบเคียงถามถึงการเลื่อนตำแหน่งแล้ว

 

Please follow and like us:

แต่งตัวให้โดนใจตั้งแต่วันไปสัมภาษณ์งาน แบบนี้สิได้ใจไปกว่าครึ่ง

ในการสัมภาษณ์งานไม่เพียงแต่กรรมการสัมภาษณ์จะเป็นผู้ถามคำถามคุณเท่านั้น คุณในฐานะผู้สมัครงานยังมีสิทธิที่จะถามคำถามกับคณะกรรมกาสัมภาษณ์อีกด้วย โดยที่หาก มียิงคำถามใส่คุณว่า “คุณมีคำถามอะไรจะถามมั้ย” อย่าปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย จงถามกลับด้วยคำถามที่โชว์กึ๋น  ให้เขรู้ว่าคุณคือผู้สมัครงานที่น่าสนใจและเตรียมตัวมาอย่างดี มาลองหยิบเอาคำถามเหล่านี้ไปถามกลับดูบ้าง รับรองว่าจะสร้างความประทับใจให้ผู้สัมภาษณ์ไม่มากก็น้อย

ถามกลับไปว่า  บริษัทมีการจัดฝึกอบรม เพื่อการพัฒนาทักษะความรู้ในการทำงานให้กับคุณด้วยโปรแกรมอะไรบ้าง   มันสะท้อนให้เขาเห็นว่าคุณมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเอง และคุณยังจะได้ทราบถึงนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรขององค์กรด้วย  บางที่องค์กรก็จะมีการให้ทุนไปศึกษาต่อด้วย ตรงนี้คุณจะได้มีการเตรียมตัวเพื่อรับโอกาสดีๆเหล่านี้

ไม่น่าเกลียดที่จะถามว่า คุณจะสามารถทราบผลการสัมภาษณ์งานได้เมื่อไร เป็นคำถามที่กรณีที่ไม่รู้จะถามอะไร และควรปิดการสัมภาษณ์งานด้วยคำถามนี้ โดยสามารถ ถามเกี่ยวกับขั้นตอนในการพิจารณา และระยะเวลาที่เหมาะสมในการติดตามผลเพ่อที่คุณเอวจะได้บริหารเวลาส่วนตัวของคุณด้วย

ถามออกไปให้รู้ว่า คุณจะมีเส้นทางการเจริญก้าวหน้าอย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องต้องห้าม เช่น หากคุณสามารถทำงานได้ตามที่บริษัทคาดหวังคุณจะมีความก้าวหน้าอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ หากดูแล้วว่าตำแหน่งงานของคุณเติบโตยากก็ไม่ผิดที่จะไม่ตัดสินใจร่วมงานกับองค์กรนี้

ถามให้รู้ว่ามีโครงสร้างการบังคับบัญชาอย่างไร เช่น  คุณขึ้นตรงกับใคร ต้องทำงานร่วมกับใครบ้าง คุณต้องรายงานผลการทำงานต่อใครโดยตรง สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นอย่างไร ทีมของคุณมีใครบ้าง องค์กรคาดหวังให้คุณทำอะไร

ถามให้รู้ไปเลยว่าทำงานอย่างไรจึงจะเข้าตา เช่น มี KPI อะไรมาใช้ในการวัดผลการทำงาน  บริษัทมีการประเมินผลการทำงานของพนักงานอย่างไร รอบการประเมินเป็นอย่างไร  หากไม่ผ่านการประเมินมีมาตรการอย่างไร

การสอบถามกลับคืนต้องเป็นไปด้วยท่าทีของการต้องการทราบข้อมูลและเพื่อการแลกเปลี่ยน ถามด้วยคำถามสุภาพ ด้วยท่าทีที่มีความคำรบผู้ร่วมสนมนาอย่าถามด้วยความท้าทาย และจงแสดงให้ผู้สัมภาษณ์งานได้เห็นความมุ่งมั่น และความกระตือรือร้นของคุณที่ต้องการร่วมงานกับบริษัทและอย่าลืมที่จะประมวลคำตอบที่คุณได้รับเพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมที่คุณจะร่วมทำงานกับองค์กรนี้หรือไม้ ถ้าถามดีก็ทำให้คุณเห็นภาพ ชัดเจนยิ่งขึ้น  หากไม่มีคำถามเพิ่มเติมควรกล่าวว่าผู้สัมภาษณ์ได้ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนแล้ว และกล่าวขอบคุณที่เปิดโอกาสให้สอบถาม  อย่าลืมว่าทุกนาทีที่คุณเผชิญหน้ากับผู้สัมภาษณ์คือเวลาที่คุณจะทำคะแนนให้คุณเป็นผู้สมัครงานที่น่าสนใจ

Please follow and like us: